www.cowboylifeandsong.com

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
Home วิถีชีวิต ศิลปะ/วัฒนธรรม วิถีชีวิต,งาน,ประเพณี Coyboy/Indian Traditions,Folkways ศิลปะในการต้อนและบังคับโค '' การไล่ต้อนโค ''

ศิลปะในการต้อนและบังคับโค '' การไล่ต้อนโค ''

อีเมล พิมพ์ PDF
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 

 

แผนภาพที่ 5 แสดงวิธีการไล่ต้อนฝูงโคในแปลงหญ้าต้องยกย่องฝรั่งจริงๆ ที่อะไรๆ เขาก็ศึกษาอย่างจริงจัง ละเอียด ทำเป็นวิชาการไปหมด อย่างการไล่ต้อนวัว เขาก็ยังทำเป็นจริงเป็นจัง แบบหนังสือตำราเลย ขอขอบคุณ Ekkachai Boonchan ที่เขียนบทความนี้ และอนุญาตให้นำมาเผยแพร่ที่นี่ได้  ลองอ่านดูครับ

ศิลปะในการต้อนและบังคับโค # '' การไล่ต้อนโค ''

March 13, 2014 at 8:48pm

*********************************************************

ใน สมัยก่อนที่ยังมีพื้นที่สำหรับปล่อยฝูงโคลงแทะเล็มแปลงหญ้าธรรมชาติ อย่างมหาศาล พื้นที่ของแต่ละบ้านยังไม่มีการสร้างแนวรั้วแบ่งแยกกั้นเขตแดนระหว่างกัน ยังคงมีสภาพเป็นท้องทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตา ภาพที่เรามักจะพบเห็นกันอยู่เป็นประจำจนชินตาก็คือ ฝูงโคขนาดใหญ่บ้างก็กำลังก้มหน้าก้มตากินหญ้าบ้างก็กำลังวิ่งเล่นหยอกล้อกัน อย่างสนุกสนานอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้า โดยมีนายฮ้อยคอยถือไม้ไผ่ ไม้รวก หรือหนังสติ๊ก พร้อมด้วยลูกกระสุนก้อนกลมที่ปั้นจากดินเหนียว คอยยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกลจากฝูงโคมากนัก โดยบางทีก็มีสุนัขคู่กายหรือม้าแกลบคู่ใจคอยไปช่วยงานอย่างแข็งขัน

 

 

ใน บางครั้งนายฮ้อยแต่ละคนก็จะนำฝูงโคของตนเองมาเลี้ยงรวมกันและคอยเป็นหูเป็น ตาให้แก่กัน พอเข้าสู่ฤดูกาลทำนาเหล่าบรรดานายฮ้อยน้อยใหญ่ต่างก็พากันต้อนฝูงโคไปเลี้ยง ยังบริเวณที่ราบเชิงเขาหรือตามภูเขาใกล้หมู่บ้าน ส่วนในรายที่อยู่ในพื้นที่ราบไม่ติดภูเขาก็จะเลี้ยงแบบขังคอกแล้วจึงเกี่ยว หญ้าหรือนำฟางข้าวมาให้กินถึงคอก เพื่อป้องกันไม่ให้ฝูงโคเดินลงไปลุยเหยียบย่ำและกัดกินต้นข้าวที่ได้ปลูกเอา ไว้ หลังจากฤดูกาลเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้นลงเหล่านายฮ้อยก็จะพากันไล่ต้อนโคกลับลงมา ยังทุ่งนาเหมือนเดิม เพื่อมาเก็บกินฟางข้าวและเมล็ดข้าวที่ตกหล่นอยู่ตามพื้นดิน หลายๆคนอาจมองว่าการต้อนโคเป็นเรื่องง่ายๆ แค่ไล่ให้เดินไปยังที่ที่ต้องการเท่านั้นเอง สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนถ้าได้ลองให้มาไล่ต้อนดูสักครั้ง รับรองได้เลยว่าต้องปาดเหงื่อหรือไม่ก็อาบเหงื่อต่างน้ำไปตามๆกันเลยทีเดียว อาจกล่าวได้ว่าการไล่ต้อนโคถือเป็นศิลปะแขนงหนึ่งก็ว่าได้ จำเป็นต้องอาศัยการเรียนรู้และประสบการณ์เข้ามามีส่วนช่วยในการเลี้ยงดูและ การจัดการเพื่อให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเราลองมาศึกษาเรียนรู้ถึงวิธีการปฏิบัติในเบื้องต้น เพื่อสร้างพื้นฐานความเข้าใจร่วมกันนะครับ

 

 

โดย ปกติทั่วไปเรามักจะเห็นการต้อนโคด้วยวิธีการต่างๆ ตั้งแต่การยกแขนยกขา ถือไม้ไล่ตีไปมา ส่งเสียงดัง หรือตะโกนโหวกเหวกโวยวาย ซึ่งจริงๆแล้วควรที่จะต้องไล่ต้อนด้วยความสงบเงียบ ปราศจากการส่งเสียงดังและไม่ใช้ความรุนแรง จะใช้วิธีค่อยๆเดินไล่ต้อน ขี่ม้า หรือขับรถก็ได้ โดยปกติแล้วโคมีมุมมองที่ค่อนข้างกว้างสามารถชายตามองไปข้างๆได้โดยที่ไม่จำ เป็นต้องหันตัวกลับไป หรือแม้ว่าในขณะที่กำลังก้มแทะเล็มหญ้าอยู่ก็ยังคงชำเลืองดูตัวอื่นที่อยู่ ข้างๆอยู่เสมอ ยกเว้นในขณะที่กำลังเคลื่อนที่ไปเป็นฝูง โคจะมองไม่เห็นบริเวณด้านหลังซึ่งจะเป็นจุดบอดที่ตาไม่สามารถมองไม่เห็นได้ ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้โคสามารถเกาะกลุ่มกันได้ โดยลักษณะการเกาะกลุ่มกันนั้นมักจะอยู่ในตำแหน่ง A และ B เสมอ (ดังรายละเอียดที่แสดงในแผนภาพที่ 1)

 

แผนภาพที่ 1 แสดงขอบเขตรัศมีความกลัวของโคแผนภาพที่ 1 แสดงขอบเขตรัศมีความกลัวของโค

 

พื้น ฐานขั้นแรกสำหรับผู้ที่จะทำการไล่ต้อนฝูงโค ประเด็นสำคัญคือ ต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขต หรือรัศมีความกลัวของโคให้ดี(เส้นรัศมีวงกลมในแผนภาพที่ 1) ผู้ไล่ต้อนจะต้องเข้าไปให้ใกล้พอที่จะกดดันและบังคับโคให้เคลื่อนไหว ถ้าโคเคลื่อนที่เร็วเกินไปแสดงว่าตัวเราล่วงล้ำเข้าไปในเขตรัศมีความกลัวของ โค ดังนั้นจะต้องถอยห่างออกไปอีก


ขอ ให้เราเข้าใจไว้อย่างหนึ่งว่าโคแต่ละตัวมีขอบเขตความกลัวของมันเอง โดยเป็นบริเวณหรือขอบเขตที่เป็นส่วนตัว เมื่อไรก็ตามที่เราเดินไล่ต้อนเข้ามาในเขตนี้ โคก็จะเคลื่อนที่หนีทันที และเมื่อเคลื่อนที่ออกจากขอบเขตบริเวณดังกล่าวแล้ว โคก็จะหยุดนิ่งดังเดิม เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ได้มีข้อสงสัยว่าขอบเขตรัศมีความกลัวดังกล่าวนั้นมีความ กว้างสักเท่าไร

จาก ปัจจัยแวดล้อมต่างๆสามารถอธิบายได้ว่าขอบเขตความกลัวของโคขึ้นอยู่กับหลาย ปัจจัยด้วยกัน เช่น ความปราดเปรียวและความเชื่องของโคแต่ละตัวและแต่ละฝูง หรือแม้แต่มุมหรือตำแหน่งที่ผู้ไล่ต้อนเดินเข้าไปหาโค ขอบเขตความกลัวจะกว้างมากถ้าเราเดินเข้าไปทางตอนหน้าหรือทางด้านหัวของโค และจะยิ่งกว้างออกไปมากขึ้นเมื่อโคตกใจกลัว และขอบเขตความกลัวจะแคบลงในขณะที่โคอยู่ในซองบังคับ

ฝูง โคที่อยู่ในแปลงหญ้าหรือทุ่งโล่งกว้างก็เช่นเดียวกัน เราสามารถบังคับให้ฝูงโคเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่เราต้องการได้โดยการเคลื่อน ที่เข้าหาและถอยห่างจากฝูงโคอย่างต่อเนื่อง ดังรายละเอียดที่แสดงในแผนภาพที่ 2 ถ้าฝูงโคเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ต้องการ ผู้ไล่ต้อนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าใกล้ควรถอยออกมาให้ห่าง สำหรับการไล่ต้อนในพื้นที่จำกัด อย่างเช่น ทางเดินแคบๆที่มีรั้วหรือคอกพักรวม ผู้ไล่ต้อนควรใช้ความระมัดระวังอย่าเข้าใกล้โคมากจนเกินไป เพราะจะทำให้โคตื่นตกใจ จนอาจทำให้วิ่งชนรั้วคันคอก หรือไม่ก็กระโดดข้ามรั้วไปเลยก็ได้


แผนภาพที่ 2 แสดงวิธีการไล่ต้อนฝูงโคในแปลงหญ้าแผนภาพที่ 2 แสดงวิธีการไล่ต้อนฝูงโคในแปลงหญ้า

ถ้า โคที่อยู่ในซองบังคับหยุดเดินหรือเริ่มเดินถอยหลัง หรือฝูงโคที่อยู่ในช่องทางเดินแคบๆเริ่มกลับตัว ผู้ไล่ต้อนต้องเคลื่อนตัวเองออกมาให้ห่าง และเยื้องไปทางด้านหลังให้ต่ำกว่าแนวเส้นสมดุลของความกลัวหรือแนวไหล่ของ โค(Pointof Balance)

 

แผนภาพที่ 3 แสดงวิธีการไล่ต้อนฝูงโคในซองบังคับแผนภาพที่ 3 แสดงวิธีการไล่ต้อนฝูงโคในซองบังคับ

 

ดัง รายละเอียดที่แสดงในแผนภาพที่ 3 ถ้าผู้ไล่ต้อนยืนอยู่หน้าแนวไหล่ โคก็จะเดินถอยหลังหรือไม่ก็หันหลังหนีไปเลย แต่ถ้าผู้ต้อนยืนอยู่หลังแนวไหล่ โคก็จะเคลื่อนที่มาข้างหน้า และถ้ายืนอยู่ตรงตำแหน่ง A (ตำแหน่งเดียวกับแผนภาพที่ 1) โคจะหยุดนิ่ง แต่ถ้าย้ายไปตรงที่ตำแหน่ง B (ตำแหน่งเดียวกับแผนภาพที่ 1) โคก็จะเคลื่อนที่มาข้างหน้าและเฉออกเล็กน้อย


แผนภาพที่ 4 แสดงการออกแบบซองบังคับให้มีความโค้งตามพฤติกรรมการเคลื่อนที่ของโคแผนภาพที่ 4 แสดงการออกแบบซองบังคับให้มีความโค้งตามพฤติกรรมการเคลื่อนที่ของโค

จาก หลักการนี้เองที่ใช้ในการออกแบบซองบังคับให้มีความโค้ง ดังรายละเอียดที่แสดงในแผนภาพที่ 4 แต่อย่าลืมว่าห้ามเข้าไปยืนตรงบริเวณจุดบอด(Blind spot) ซึ่งอยู่บริเวณส่วนท้ายของโค เพราะว่าโคจะไม่สามารถมองเห็นได้ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้โคหยุดเดินและหันกลับมามองว่าผู้ไล่ต้อนอยู่ตรงไหน การไล่ต้อนที่ดีโคจะค่อยๆเดินไปเรื่อยๆตามตัวที่เดินนำหน้า ไม่แสดงอาการเครียดหรือตกใจ ซึ่งจะช่วยทำให้โคเชื่องและคุ้นกับคนมากขึ้น ค่อยๆฝึกไปเรื่อยๆโคจะเกิดการเรียนรู้ ผลต่อไปจะทำให้การควบคุมฝูงโคเป็นไปได้ง่ายขึ้น

 

ฝูง โคก็เปรียบเสมือนกับรถยนต์ การที่เราจะบังคับทิศทางได้ก็ต้องให้รถยนต์เคลื่อนที่เสียก่อน การบังคับทิศทางการเคลื่อนไหวของฝูงโคทำได้ไม่ยาก ดังรายละเอียดที่แสดงในแผนภาพที่ 5 เป็นวิธีการไล่ต้อนฝูงโคในขณะที่อยู่ในแปลงหญ้า โดยเป็นการไล่ต้อนให้เดินเลาะไปตามริมรั้ว วิธีการนี้ถ้าเลี้ยงเป็นฝูงเล็กๆก็สามารถใช้ผู้ไล่ต้อนเพียงคนเดียวได้ เพราะโดยธรรมชาติและพฤติกรรมของโคที่อยู่รวมกันเป็นฝูงนั้น การเคลื่อนที่หรือการเดินมักจะมีตัวที่เดินนำหน้าฝูงเสมอ ผู้ไล่ต้อนเพียงแต่คอยควบคุมการเดินและบังคับทิศทางของฝูงโค แต่ถ้าหากเลี้ยงเป็นฝูงใหญ่จะต้องใช้ผู้ไล่ต้อนอย่างน้อย 2 คน

 

แผนภาพที่ 5 แสดงวิธีการไล่ต้อนฝูงโคในแปลงหญ้าแผนภาพที่ 5 แสดงวิธีการไล่ต้อนฝูงโคในแปลงหญ้า

 

โดย ที่ผู้ไล่ต้อนคนที่ 1 จะต้องคอยบังคับและควบคุมการเดินของโคตัวที่เดินนำหน้าหรือจ่าฝูง จะต้องเดินไปพร้อมๆกับโคด้วยความสงบเรียบร้อย โดยให้เดินอยู่ในระดับตรงกับบริเวณแนวไหล่ตัดกับขอบเขตรัศมีความกลัว ในขณะที่โคเคลื่อนที่จะเดินทำมุมเฉียงออกเล็กน้อย แต่ถ้าโคเริ่มเดินช้าลงหรือหยุดนิ่งให้ค่อยๆเดินตรงเข้าไปหาโคในแนวตั้งฉาก กับรัศมีความกลัว เมื่อโคเริ่มเคลื่อนไหวจึงค่อยเดินย้อนกลับมาในแนวทำมุมเฉียงเข้าเล็กน้อย เมื่อปฏิบัติเช่นนี้โคจะเดินอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้ไล่ต้อนคนที่ 2 จะต้องคอยควบคุมการเดินของโคในกลุ่มหลังและปฏิบัติเช่นเดียวกับคนแรก เพียงแต่ขอบเขตรัศมีการเดินจะกว้างกว่า การเดินขนานไปกับฝูงโครวมทั้งระยะห่างระหว่างผู้ไล่ต้อนคนที่ 1 กับคนที่ 2 ถ้าเดินห่างจากกันมากเกินไปจะทำให้โคแตกฝูงได้ ประสบการณ์ของผู้ไล่ต้อนเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะเราจะรู้ว่าควรอยู่ห่างจากฝูงโคเท่าใด และยิ่งถ้าฝูงโคได้รับการฝึกฝนมาพอสมควรจนเกิดการเรียนรู้ การไล่ต้อนจะง่าย ความยุ่งยากต่างๆจะไม่เกิดขึ้น



ใน บางครั้งการไล่ต้อนโคฝูงใหญ่จำนวนมากๆ อาจมีพวกที่แตกฝูงได้ ในเบื้องต้นเราอย่าตกใจ หรือรีบไล่ต้อนโคกลุ่มนั้นในทันที โดยเฉพาะการไล่ต้อนจากทางด้านหลัง เพราะอาจทำให้โคตกใจกลัวและวิ่งเตลิดหนีไป วิธีการที่ถูกต้องควรปฏิบัติดังรายละเอียดที่ได้แสดงในแผนภาพที่ 6 กล่าวคือ ผู้ไล่ต้อนจะต้องค่อยๆเดินเข้าหาโคตัวที่อยู่ตอนท้ายของโคกลุ่มที่แตกฝูง โดยห้ามใช้เสียงหรือความรุนแรง ทิศทางการเดินเข้าหาควรทำมุมเล็กน้อย เดินเข้าไปจนถึงแนวไหล่ ที่สำคัญก็คือ อย่าเดินเลยแนวไหล่ไปจนถึงตำแหน่ง A และ B (ตำแหน่งเดียวกับแผนภาพที่ 1) เพราะจะทำให้บังคับทิศทางไม่ได้ กลุ่มโคอาจเดินเฉออกจากแนวที่ต้องการ เมื่อโคเข้าหาฝูงใหญ่เรียบร้อยแล้ว ผู้ไล่ต้อนจะต้องเดินย้อนกลับในแนวที่เฉียงออกเล็กน้อย ส่วนการที่จะเดินเข้าหาโคทางด้านซ้ายหรือขวานั้นขึ้นอยู่กับว่าฝูงโคอยู่ทิศ ทางไหน จากแผนภาพที่ 6 จะเห็นได้ว่าโคฝูงใหญ่อยู่ตอนหน้าเยื้องไปทางด้านซ้าย ดังนั้นผู้ไล่ต้องเข้าทางด้านขวา เพื่อบังคับให้โคค่อยๆเดินเยื้องไปทางซ้ายเข้าหาฝูงใหญ่

แผนภาพที่ 6 แสดงวิธีการไล่ต้อนโคแตกฝูงกลับเข้าฝูงใหญ่แผนภาพที่ 6 แสดงวิธีการไล่ต้อนโคแตกฝูงกลับเข้าฝูงใหญ่

ใน การไล่ต้อนฝูงโคเข้าหรือออกจากคอกนั้น ไม่ว่าจะเป็นคอกพัก คอกรวม หรือคอกปฏิบัติการ วิธีการค่อยๆบังคับโดยการเพิ่มและลดความกดดันจะช่วยให้การเคลื่อนที่ของโค เป็นไปอย่างต่อเนื่องค่อยเป็นค่อยไป และที่สำคัญเราสามารถควบคุมได้โดยตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะทำให้โคเกิดการเรียนรู้ เราไม่ควรปล่อยให้โคเบียดแย่งกันวิ่งเข้าหรือออกจากคอก เพราะต่อไปจะทำให้โคมีนิสัยเคยตัว ตื่นตกใจง่าย เปรียว ไม่เชื่อง และไม่คุ้นเคยกับคน

 

 

ดัง รายละเอียดที่แสดงในแผนภาพที่ 7 เป็นการควบคุมการเข้าคอกของฝูงโค โดยที่ผู้ไล่ต้อนควรควบคุมให้ฝูงโคเข้าคอกอย่างเป็นระเบียบไม่แย่งกันเข้า คอก โดยการเคลื่อนที่เข้าและออกในแนวตั้งฉากกับขอบเขตรัศมีความกลัว(ไม่ควร เคลื่อนที่ในแนวขนานเพราะโคจะแย่งกันวิ่งเข้าคอก) แต่อย่าเคลื่อนที่เข้าไปใกล้เกินไป เพราะโคบางตัวอาจตกใจกลัวจนวิ่งเข้าชนคันคอกหรือรั้วจนบาดเจ็บ เมื่อโคเข้าคอกเรียบร้อยแล้วจึงปิดประตู ให้ยืนอยู่ที่ประตูสักพักหนึ่งเพื่อให้โคหันกลับมามองจะเป็นการหัดให้โค เรียนรู้วิธีการควบคุมของเรา วิธีการนี้ใช้ได้ทั้งการไล่ต้อนโคทั้งเข้าและออกจากคอก


แผนภาพที่ 7 แสดงวิธีการไล่ต้อนโคเข้าคอกแผนภาพที่ 7 แสดงวิธีการไล่ต้อนโคเข้าคอก

สำหรับ การไล่ต้อนโคออกจากคอกและต้องการคัดแยกโคบางตัวออกจากฝูงนั้น มีวิธีปฏิบัติดังรายละเอียดที่แสดงในแผนภาพที่ 8 โดยจะต้องใช้ผู้ไล่ต้อนอย่างน้อย 2 คน คนหนึ่งจะเดินวนไปมาเพื่อพยายามบังคับให้โคออกจากคอก ส่วนอีกคนหนึ่งจะยืนอยู่บริเวณประตู เพื่อบังคับไม่ให้โควิ่งแต่จะค่อยๆเดินออกจากคอกแทน และในขณะเดียวกันก็จะทำการคัดแยกโคบางตัว โดยกันไม่ให้โคตัวที่ต้องการออกจากคอก โดยการเคลื่อนที่ในแนวตั้งฉากกับประตูหรือเดินหน้าและถอยหลัง แต่อย่าเคลื่อนที่ในแนวขนานกับประตู การคัดแยกโคที่ไม่ต้องการให้ออกจากคอกทำได้โดยการเดินเข้าในแนวเฉียงทำมุม นิดหน่อย โคตัวที่ต้องการก็จะไม่กล้าออกจากคอกอาจจะถอยหลังหรือกลับตัวเดินหนีออกไป แล้วเราจึงย้อนกลับมาที่จุดเดิมแล้วเดินเฉียงออกเล็กน้อย โคตัวอื่นๆก็จะทยอยเดินออกจากคอก วิธีนี้จะให้ได้ผลดีควรที่จะสร้างประตูคอกให้มีขนาดกว้างพอสมควร ไม่กว้างหรือแคบจนเกินไป เพื่อสะดวกในการบังคับ วิธีการนี้ไม่ใช่เฉพาะการไล่ต้อนฝูงโคออกจากคอกเท่านั้น การไล่ต้อนฝูงโคเพื่อหมุนเวียนแปลงหญ้าจากแปลงหนึ่งไปยังอีกแปลงหนึ่งก็ สามารถทำได้เช่นกัน


แผนภาพที่ 8 แสดงวิธีการไล่ต้อนโคออกจากคอกและคัดแยกโคออกจากฝูงแผนภาพที่ 8 แสดงวิธีการไล่ต้อนโคออกจากคอกและคัดแยกโคออกจากฝูง

จาก วิธีการที่แนะนำมานี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งผู้ไล่ต้อนและฝูงโคจะต้องผ่าน การฝึกฝนและเรียนรู้ซึ่งกันและกันให้เกิดความคุ้นเคย จำเป็นต้องอาศัยเวลาและความอดทน แน่นอนว่าในระยะแรกอาจจะช้าและไม่ทันใจเท่าวิธีเก่าๆที่ใช้เสียงและความ รุนแรง แต่เมื่อไรที่โคเกิดการเรียนรู้และคุ้นเคยแล้ว การไล่ต้อนก็จะควบคุมได้อย่างง่ายดาย โคจะไม่เครียดหรือตื่นตกใจ กลับจะเชื่องและเกิดความคุ้นเคยกับคนมากขึ้น ถ้ามองในแง่ของการจัดการฟาร์ม การลดความเครียดของสัตว์นั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะความเครียดจะทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง อาจมีผลเสียต่อการเจริญเติบโต หรือทำให้ภูมิต้านทานโรคของร่างกายลดต่ำลง มีผลต่อการหดตัวและการทำงานของระบบย่อยอาหาร โดยเฉพาะกระเพาะผ้าขี้ริ้ว และแน่นอนที่สุดอาจมีผลเสียต่อประสิทธิภาพและการทำงานของระบบสืบพันธุ์

 

 

ทั้ง หมดที่กล่าวมานี้บางอย่างเราสามารถเรียนรู้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น แต่บางอย่างจำเป็นต้องอาศัยเวลาและความอดทน พื้นฐานแรกเริ่มก็คือ การฝึกฝนและเรียนรู้เกี่ยวกับขอบเขตรัศมีความกลัวของโคให้ดีครับ


ภาพแสดงจุดบอดของโคภาพแสดงจุดบอดของโค

อย่าง ไรก็ตามคอกพักและคอกปฏิบัติการที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี จะมีส่วนช่วยเสริมให้การจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังที่จะเห็นได้จากลักษณะของคอกปฏิบัติการหรือซองบังคับแบบใหม่ที่มักจะออก แบบให้มีความโค้ง ล้วนแต่อาศัยหลักการและพื้นฐานเหล่านี้ทั้งนั้น


ภาพแสดงลักษณะโค้งของซองบังคับภาพแสดงลักษณะโค้งของซองบังคับ

จะ ว่าไปแล้วการไล่ต้อนโคก็ไม่ถึงกับยากหรือง่ายอย่างที่คิด ขอแค่เพียงเราเข้าใจพฤติกรรมและธรรมชาติของโคให้ถ่องแท้ เอาใจโคมาใส่ใจเราเหมือนกับการที่เราอยากจะมัดใจใครสักคน ถ้าอยากให้คนคนนั้นหันมาสนใจและประทับใจในตัวเรา เราก็ควรศึกษาและหาข้อมูลให้ดีเสียก่อนว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไรบ้าง เพื่อให้โดนใจตั้งแต่แรกพบกัน ถ้าเดินเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ดูตาม้าตาเรือล่ะก็อาจโดนตอแทนที่จะโดนใจก็ ได้นะครับ

 

ในตอนที่ 2 ผมจะมาแนะนำการปล้ำโค เอ้ย!!! การบังคับโคด้วยมือเปล่ากันนะครับ โชคดีมีความสุขกับการเลี้ยงวัวทุกท่าน สวัสดีครับ

Credit Photo : Thai Cowboy Magazine

By.....COWBOY 37 & COWBOY 62

 

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

 

 

 

สมาชิกเท่านั้นที่เขียนวิจารณ์เรื่องนี้ได้

Cowboy Life & Songs ยินดีต้อนรับ

NWRavatar_3Howdy!

Welcome to Cowboy Life & Songs website. We created this website to be a place for sharing of information and knowledges about old and new western life styles, philosophies, and experiences. We welcome Thais and international friends. Please enjoy your visit.

wayne300

ยินดีต้อนรับสู่ Cowboy Life and Songs, เราสร้างเว็บนี้เพื่อให้เป็นที่เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรม ความคิดเห็น ปรัชญาชีวิต และประสบการณ์ ที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตแบบคาวบอยตะวันตก หรือวิถึชีวิตยุคปัจจุบันที่คล้ายกับยุคตะวันตก เพื่อให้ง่ายต่อการการอ่านและค้นหาเนื้อหาสาระ โดยใช้ระบบ Content Management System หรือ CMS ที่แตกต่างจากระบบ Webboard ทั่วไป

เราอยากให้เว็บนี้เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับผู้รักวิถีชีวิตที่ตื่นเต้นผจญภัยแบบตะวันตก ยุคที่คาวบอย อินเดียนแดงยังใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ พึ่งพาตนเองด้วยการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ เพื่อช่วยให้คนทั่วไปได้รู้จักกับวิถีชีวิตแบบพอเพียงที่เคยมีมาแล้วในอดีต เรียนรู้ความผิดพลาดที่ความบ้าคลั่งในผลผลิตเกินพอ ได้ทำให้สังคมตะวันตกในอเมริกา กลายเป็นระบบอุตสาหกรรมที่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับยุคอุตสาหกรรมข่าวสารในปัจจุบัน เป็นการช่วยรักษาโลกนี้ให้ยั่งยืน โดยไม่เน้นแค่ผลผลิตและเงินตราว่าเป็นสิ่งวัดคุณค่าของมนุษย์มากจนลืมอนุรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม

เว็บไซต์นี้มีระบบการทำงานหลักอยู่ 2 ส่วนคือ บทความ และ กระดานข่าว (Cowboy Forum) ส่วนบทความมีไว้เพื่อให้สมาชิกได้เขียนบทความที่เป็นสาระประโยชน์ค่อนข้างยาว โดยจะมีพื้นที่ให้ผู้อ่านเขียนแสดงความคิดเห็นไว้ตอนท้าย มีระบบบรรณาธิการคอยตรวจสอบบทความก่อนขึ้นเว็บเหมือนหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ส่วนกระดานข่าว มีไว้เพื่อให้สมาชิกได้ตั้งกระทู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างอิสระ แต่โปรดระวังให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย พ.ร.บ. ข่าวสารข้อมูลและคอมพิวเตอร์ 2550 ซึ่งสรุปได้ง่ายๆ คือ ต้องไม่ให้ร้ายป้ายสี ดูหมิ่น ทำให้ผู้อื่นเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อม

เนื้อหาในเว็บนี้ ส่วนหนึ่งคือกระทู้ที่ผมเขียนไว้ที่ www.cowboythai.com  ซึ่งบางกระทู้สูญหายไป ที่เหลือก็กระจายอยู่ในหลายบอร์ด บอร์ดเก่าปิดไม่ให้เข้าไปปรับปรุงแก้ไข(แยกเป็น 4 บอร์ดแล้วในขณะนี้) ซึ่งคงเป็นเพราะทางเว็บเน้นเรื่องการเป็นศูนย์กลางของการพบปะสังสรรค์ของชุมชนมากกว่า และก็เป็นจุดเด่นของเว็บนั้นจนทำให้เราได้รู้จักกันมากมายทั่วประเทศ  แต่ระบบเว็บบอร์ดแบบนั้น ไม่เหมาะในการเก็บรักษาบทความที่มีเนื้อหาสาระยาวๆ ที่ต้องการให้ถูกต้องแม่นยำ  ผมจึงต้องทำเว็บนี้ขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง หวังเพื่อช่วยเสริมในส่วนที่ขาดไปและเป็นการแยกบทความยาวๆ ไม่ให้ไปรบกวนผู้ที่ไม่ชอบอ่าน  

เหนืออื่นใดก็คือ ต้องการรวบรวมบทความด้านนี้ไว้ให้ง่ายแก่การค้นหา และทำการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ถูกต้องและมีเนื้อหามากขึ้น ตามข้อมูลที่ถูกค้นพบเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ไม่ใช่บทความแบบ static คือเขียนครั้งเดียวได้แค่ไนก็แค่นั้นแบบในหนังสือกระดาษที่ล้าสมัยไปแล้ว ผมต้องการให้เหมือนกับเป็นพจนานุกรม วิกกี้พิเดียภาษาไทย ทางด้านนี้ 

อย่างไรก็ตาม เราขอเชิญทุกท่านที่สนใจในแนวเดียวกัน มาช่วยกันเขียนบทความ  เขียนวิจารณ์แสดงความคิดเห็น   เพื่อช่วยกันเผยแพร่และรักษาไว้ซึ่งวิถีชิวิตที่เป็นความฝันของเรา ไม่ว่ามันจะเป็นจริงได้หรือไม่ก็ตาม  โดยท่านที่มี e-mail สามารถลงทะเบียนเป็นสมาชิกได้เลย ซึ่งท่านจะได้สิทธิเป็น "นักเขียน" ในขั้นต้นสำหรับบทความก่อน และจะมีบรรณาธิการช่วยตรวจสอบ และนำขึ้นตีพิมพ์ในเวลาไม่นาน  ส่วนกระดานข่าว สิ่งที่ท่านเขียน จะถูกตีพิมพ์ขึ้นเว็บทันทีเหมือนเว็บบอร์ดทั่วไป

เหตุจูงใจให้ผมชอบคาวบอยและอินเดียนแดง
คาวบอย และอินเดียนแดงในอดีต เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก เพราะเขามีจิตสำนึกและหลักธรรมนำชีวิตที่ดี จนมีคนรวบรวมไว้เป็นบัญญัติ 10 ประการของอินเดียนและคาวบอย ดังนี้

10Commandments

บัญญัติ 10 ประการของอินเดียนแดง
  1. จงปฎิบัติต่อโลกและทุกสิ่งที่อยู่บนโลกด้วยความเคารพ
  2. จงใกล้ชิดวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ตลอดเวลา(เทียบเท่ากับ พระเจ้า ของชนอเมริกัน พื้นเมือง)
  3. ให้ความเคารพสูงสุดต่อสิ่งมีชีวิตร่วมโลก 
  4. ร่วมกันทำงาน เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติโดยรวม
  5. ให้ความช่วยเหลือและเมตตาในทุกแห่งที่มีผู้ต้องการ
  6. ทำในสิ่งที่คุณรู้ว่าถูกต้อง
  7. ดูแลจิตใจและร่างกายให้ดีเสมอ
  8. อุทิศแบ่งปันความพยายาม เพื่อสิ่งที่ดีกว่า  
  9. จงจริงใจและซื่อสัตย์ตลอดเวลา
  10. รับผิดชอบการกระทำของตัวเองทุกประการ
บัญญัติ 10 ประการของคาวบอย
  1. คาวบอยต้องไม่ยิงก่อน ไม่ชกต่อยคนที่ตัวเล็กกว่า ไม่เอาเปรียบผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรม
  2. คาวบอยต้องไม่กลับคำพูด หรือทำลายความไว้วางใจที่ผู้อื่นมอบให้
  3. คาวบอยต้องรักษาสัตย์
  4. คาวบอยต้องอ่อนโยนต่อเด็ก คนแก่ และการุณต่อสัตว์ทั่วไป
  5. คาวบอยต้องไม่สนับสนุนหรือมีความคิดในการแบ่งแยกเผ่าพันธุ์หรือศาสนา
  6. คาวบอยต้องช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อนทุกข์ยาก
  7. คาวบอยต้องเป็นคนรับจ้างหรือคนงานที่ดี
  8. คาวบอยต้องมีความสะอาดทางความคิด คำพูด การกระทำ และนิสัยส่วนตัว
  9. คาวบอยต้องให้เกียรติ์ผู้หญิง เคารพพ่อแม่ และเคารพกฎหมาย
  10. คาวบอยต้องเป็นผู้รักชาติ
โดยนัยนี้ เว็บนี้ต้องการเผยแพร่หลักธรรมนำชีวิตที่ดีตามแนวพอเพียงแบบตะวันตก ซึ่งไม่ขัดแย้งกับคำสอนของศาสนาใดๆ รวมทั้งลักษณะของคุณธรรม น้ำมิตร ความวิริยะพากเพียร ในการต่อสู้ด้วยลำแข้งของตนเอง เพื่อดำรงชีวิตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เลวร้าย ซึ่งเราก็ไม่อาจทราบได้ว่า จากปัญหา global warming และการทำลายธรรมชาติอย่างหนักขณะนี้ ในอนาคต สภาพแวดล้อมทั่วโลกอาจหวนกลับไปเป็นแบบดินแดนกันดารในยุคตะวันตกก็ได้
เว็บนี้ไม่หวังผลทางการค้า เราหวังเพียงเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามในสังคม ในแนวทางผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยกับตะวันตก
 

ลงชื่อเข้าใช้ระบบ (Login)

สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิ์โพสต์ข้อความในกระดานสนทนา เขียนและวิจารณ์บทความ โปรดล็อกอิน ถ้าไม่ใช่สมาชิกลงทะเบียนเป็นสมาชิกได้เลยครับ เมื่อ Login ท่านจะได้รับ ReCAPTCHA Text Error. ให้ลงไปดูด้านล่าง จะมีหน้าต่างให้ป้อนตัวเลขหรือตัวหนังสือจากภาพ 2 ภาพ ให้ป้อนให้ครบทุกตัวตามรูป แล้วคลิกที่ "เข้าสู่ระบบ" เป็นระบบป้องกันการล๊อกเข้าระบบโดย robot ของพวก hacker ครับ

ขอบคุณที่แวะมาเยือน Cowboy Life & Songs ขอให้สนุกกับบรรยากาศตามแบบของคนมีใจคาวบอยใน western style ครับ

Who's Online

เรามี 133 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิก ออนไลน์
  • twoodgaterubie

Cowboy Commics

ปืนเหนือปืน

คลิ๊กที่ภาพเพื่ออ่านได้เลยครับ

InventionOfAGunFighter-1-ss

นิยายภาพสร้างจากหนังทีวีซีรี่อเมริกันคาวบอยที่คนนิยมมากที่สุด "โบนันซ่า" ซึ่งฉายต่อเนื่องกันนานถึง 14 ปี จาก 12  ก.ย. 1959 - 16 ม.ค. 1973  นี่เป็นตอนหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่า ธาตุแท้ของลูกผู้ชายใจคาวบอยตัวจริง ควรเป็นอย่างไร

นี่คือเรื่องราวที่เป็นความฝันของคนรักคาวบอยจำนวนมาก ตัวละัครเอกคือคนในครอบ ครัวปศุสัตว์ "พอนเดอโรซ่า" ที่เป็นไร่ปศุสัตว์อันกว้างใหญ่ไพศาล มีทั้งทุ่งหญ้า ป่าไม้ ภูเขาและทะเลสาบ กินอาณาบริเวณประมาณ 1,000 ตารางไมล์ หรือประมาณ 2,900 ตารางกิโลเมตร (ประมาณเท่ากับจังหวัดเชีียงใหม่ทั้งจังหวัด) ซึ่ง เบ็น คาร์ตไรต์ คือผู้เข้ามาจับจองและบุกเบิกกับลูกชาย 3 คน อาชีพหลักของครอบครัวนี้คือ เลี้ยงวัวหลายหมื่นตัว และทำป่าไม้ในที่ดินของตนเอง พวกเขาคือคาวบอยตัวจริงในความฝันของคนที่ชอบหนังแนวคาวบอยจำนวนหลายล้านคนทั่วโลก  

 

การ์ตูนคาวบอย Have Gun Will Travel ตอน โจรจำเป็น

ดาวโหลด e-book เรื่อง โจรจำเป็น

******************

การ์ตูนคาวบอย Gene Autry
ตอน The Ghost Outlaws(โจรผี)

 

ดาวโหลด e-book เรื่อง โจรผี

******************

Gunsmoke ตอน ขนเหยี่ยว

ดาวน์โหลด e-book เรื่อง ขนเหยี่ยว

******************

Lawman ตอน The Deputy
(ผู้รักษากฎหมายตอนผู้ช่วยนายอำเภอ)

ดาวน์โหลด e-book เรื่อง Lawman ตอน The Deputy
(ผู้รักษากฎหมายตอนผู้ช่วยนายอำเภอ)

ดาวโหลดโปรแกรมอ่าน e-book ได้ที่นี่ http://comicrack.cyolito.com/