www.cowboylifeandsong.com

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
Home วิถีชีวิต ศิลปะ/วัฒนธรรม วิถีชีวิต,งาน,ประเพณี Coyboy/Indian Traditions,Folkways ศิลปะในการต้อนและบังคับโค ''การคล้องโคและการล้มโคด้วยมือเปล่า ''

ศิลปะในการต้อนและบังคับโค ''การคล้องโคและการล้มโคด้วยมือเปล่า ''

อีเมล พิมพ์ PDF
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

ศิลปะในการต้อนและบังคับโค ''การคล้องโคและการล้มโคด้วยมือเปล่า''

March 25, 2014 at 10:02pm

นอก จากการไล่ต้อนโคซึ่งถือได้ว่าเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ขั้นพื้นฐานในการบังคับ โคแล้ว ยังมีศิลปะในการบังคับโคที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวโคโดยตรงอีกหลายรูปแบบที่ จำเป็นต้องเรียนรู้ เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานทั้งต่อคนและโค เพราะว่าเราจะต้องมีกิจกรรมการจัดการที่ต้องสัมผัสกับตัวโคตั้งแต่เกิดจนตาย ไล่ตั้งแต่การช่วยทำคลอด รีดนม ป้อนนม ชั่งน้ำหนัก สัก/ติดเบอร์หู ถ่ายพยาธิ ฉีดยาทำวัคซีน สูญเขา ตีเบอร์ ตอนโค แต่งกีบ ผสมเทียม ตรวจท้อง ล้างมดลูก ผ่าตัด และรักษาแผล ฯลฯ

 

ถ้า จะให้เราเดินเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าโดยที่ไม่มีชั้นเชิงเลยล่ะก็ แทนที่จะได้จับโคมาจัดการตามที่ได้วางแผนเอาไว้ มีหวังได้กลับกลายเป็นถูกโคไล่ขวิดไล่เตะได้รอยฟกช้ำดำเขียวกลับคืนมา หรือไม่ก็คงวิ่งไล่ตามจับจนคางเหลืองไปตามๆกันแน่นอน เว้นเสียแต่ว่าโคตัวนั้นจะมีนิสัยเชื่อง หรือมีซองบังคับและประตูหนีบคอที่ได้มาตรฐาน อันนี้ก็ถือว่าช่วยให้ทำงานได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่สำหรับคอกแบบชาวบ้านอย่างเราๆที่เลี้ยงกันแบบเรียบง่าย เป็นที่ทราบกันดีว่าส่วนใหญ่แต่ละบ้านก็มีโคเพียงหลักหน่วยหลักสิบเท่านั้น เอง ถ้าจะให้ไปลงทุนกับอุปกรณ์เหล่านั้นก็ดูจะเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตที่มาก เกินไป อะไรที่เราพอจะหยิบจับลงมือทำเองได้และลดการพึ่งพาอาศัยเครื่องไม้เครื่อง มือให้ได้มากที่สุด ก็ควรทำด้วยตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่พอจะทำได้ ควรที่จะเรียนรู้เอง ฝึกเอง ทำเอง จะได้เกิดความชำนาญ แต่ก็ควรทำให้ถูกวิธี รู้ให้ลึก รู้ให้จริง จะได้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างสูงสุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยในที่นี้ส่วนใหญ่จะเรียกวิธีการบังคับสัตว์รูปแบบต่างๆว่า “การล้มโค”  มีทั้งวิธีการล้มด้วยมือเปล่าและการล้มด้วยเชือก ซึ่งในขั้นตอนการจัดการบางอย่างจำเป็นที่จะต้องใช้เชือกคล้องโค เพื่อช่วยบังคับไม่ให้โคขัดขืนจะได้ทำงานได้สะดวกและปลอดภัย


เชือกคล้องโคเชือกคล้องโคเชือกมัดขาเชือกมัดขา
สำหรับเชือกที่ใช้คล้องโคนั้น โดยทั่วไปจะใช้เชือกมะนิลาหรือเชือกไนล่อนที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ½ นิ้ว หรือ 4 หุน และยาวประมาณ 8– 10 เมตร โดยปกติจะนิยมใช้เชือกมะนิลามากกว่าเชือกไนล่อน เพราะว่าจับถนัดและไม่บาดมือ แถมยังมีความสะดวกสบายหยิบจับใช้งานง่าย และไม่รุ่มร่ามจนเกินไป และยังจำเป็นต้องมีเชือกสำหรับมัดขาเข้ามาช่วยร่วมด้วย โดยทั่วไปจะใช้เชือกมะนิลาหรือเชือกไนล่อนที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5/16 นิ้ว หรือ 2.5 หุน และยาวประมาณ 2.5 เมตร แต่ถ้าเลือกได้ควรที่จะใช้เชือกมะนิลามากกว่าเชือกไนล่อนที่ใช้กันทั่วไป เพราะว่าเชือกไนล่อนมีความลื่นและคม เป็นอันตรายต่อฝ่ามือผู้ใช้และทำให้ขาของโคถูกเชือกบาดได้ง่าย เพื่อความสะดวกในการทำงานควรทำการถักเชือกเป็นบ่วงไว้ที่ปลายเชือกด้านใด ด้านหนึ่งเพียงด้านเดียวสำหรับใช้สอดขาของโคข้างใดข้างหนึ่ง แล้วจึงค่อยรวบขาทั้ง 2 ข้างมัดเข้าไว้ด้วยกัน หรือจะใช้เชือกเส้นตรงแบบธรรมดาแล้วค่อยนำมาผูกทำเป็นปมเงื่อนสำหรับมัดขา อีกทีก็ได้ครับ

การคล้องโค

 

 

ก่อน ที่เราจะเริ่มล้มโคอย่างเป็นจริงเป็นจัง ก่อนอื่นเราลองมาทำความเข้าใจถึงเทคนิคการใช้เชือกคล้องโคกันก่อนนะครับ บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องง่ายๆเรื่องจิ๊บๆ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยมาก่อนรับรองได้ว่าต้องเกิดอาการเวียนหัวไปตามๆกันแน่ นอนครับ วิธีการคล้องก็ไม่ได้มีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อนอะไรมากมาย ขอให้ท่องคาถาบทนี้ให้ขึ้นใจว่า “สงบสยบความเคลื่อนไหว” ในเบื้องต้นขอให้เราเข้าใจพฤติกรรมของโคแต่ละตัวให้ดีเสียก่อน โคบางตัวชอบก้มหัวลงต่ำ โคบางตัวชอบหันหัวหลบ โคบางตัวชอบหยุดกะทันหันโคบางตัวชอบวิ่งย้อนศร โคบางตัวชอบกระโดด ฯลฯ


เรา อาจจะคุ้นเคยกับภาพโคบาลควงบ่วงบาศอยู่บนหลังม้าในหนังคาวบอยตะวันตก ซึ่งจริงๆแล้วการควงเชือกนั้นไม่ได้ทำเพื่อให้เกิดความเท่ห์แต่อย่างใด เหตุผลหลักก็คือ การเลี้ยงโคในต่างประเทศโดยเฉพาะแถบทวีปอเมริกานั้น ส่วนใหญ่จะเลี้ยงโคจำนวนมากอยู่ในทุ่งกว้างใหญ่ จำเป็นที่จะต้องใช้ม้าเป็นพาหนะถึงจะสามารถดูแลฝูงโคได้อย่างทั่วถึง ในบางครั้งที่ต้องจัดการกับตัวโคจะต้องมีการใช้เชือกคล้องโคเข้ามาเกี่ยว ข้องเสมอ ก็ได้ม้านี่ล่ะครับที่คอยช่วยให้เบาแรงได้มากเลยทีเดียว เพราะถ้าจะให้ไปวิ่งไล่คล้องกลางทุ่งคงได้แห้วมารับประทานแทนแน่นอน แถมมีหวังได้หมดแรงข้าวต้มกันก่อนพอดี เนื่องจากเชือกแบบที่คาวบอยใช้กันจะมีลักษณะเส้นเล็กและเบา แต่มีความเหนียวและแข็งแรง มีรูปทรงเป็นบ่วงคืนรูปง่ายสามารถหยิบจับใช้งานได้สะดวก โดยที่ไม่ต้องมาไล่ทำบ่วงให้เสียเวลา ด้วยความที่เชือกมีน้ำหนักเบาและขณะที่ม้าวิ่งก็มีแรงปะทะจากลมมาต้านแรง เหวี่ยงของเชือกเอาไว้ บวกกับระยะทางระหว่างคนกับโคอยู่ห่างกัน ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้ในขณะที่อยู่บนหลังม้าจึงต้องควงบ่วงบาศ เพื่อช่วยเสริมแรงเหวี่ยงให้กับเชือกพุ่งไปยังเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและ แม่นยำ

แต่ สำหรับการเลี้ยงโคในบ้านเราค่อนข้างจะแตกต่างออกไป โดยส่วนใหญ่จะเลี้ยงกันในพื้นที่จำกัดและไม่ได้ใช้ม้าเป็นพาหนะ เราไม่จำเป็นที่จะต้องควงบ่วงบาศให้เมื่อยแขนก็ได้ เพราะว่าลักษณะเชือกคล้องที่เรานิยมใช้กันจะเป็นเชือกไนล่อนซึ่งมีขนาดเส้น ที่ใหญ่กว่าและมีน้ำหนักมากกว่า ทำให้มีแรงถ่วงมากพอและสามารถเหวี่ยงไปยังเป้าหมายได้เลย หลักการคล้องโคง่ายๆแบบไทยนิยม สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี โดยสังเกตจากพฤติกรรมของโค ดังต่อไปนี้

1.การคล้องโคที่กำลังวิ่ง



- การใช้เชือกคล้องที่ถูกวิธี คือ ใช้มือข้างที่ถนัดจับตรงส่วนที่เป็นบ่วงเอาไว้ แล้วค่อยๆปรับขยายบ่วงออกพอประมาณให้พอเหมาะกับขนาดหัวหรือความกว้างวงเขา ของโค พอเราได้ขนาดบ่วงตามที่ต้องการแล้วให้ใช้มือจับที่ตัวบ่วง โดยให้มิอจับอยู่เลยตำแหน่งตรงปมรูเชือกที่ใช้สำหรับเลื่อนปรับขนาดบ่วงมา ทางด้านหลังประมาณ 1 ศอก โดยที่ตัวปมดังกล่าวจะคอยทำหน้าที่เป็นตัวถ่วงน้ำหนักบ่วงไปในตัว

 

- จากนั้นให้ถือเชือกไว้ในท่าเตรียมพร้อม โดยให้ยกแขนขึ้นในลักษณะงอทำมุมฉากตั้ง ข้อศอกขนานกับพื้น และหงายฝ่ามือประคองบ่วงเอาไว้ให้อยู่ในแนวระดับเดียวกับใบหู ส่วนมือข้างที่ไม่ถนัดให้กำมือหลวมๆรวบเก็บปลายเชือกส่วนที่เหลือเอาไว้ให้ เรียบร้อย เพื่อที่จะได้ไม่เกะกะรุ่มร่ามในขณะที่ปฏิบัติงาน



- ในขณะที่โคกำลังวิ่งอยู่นั้น ตัวของเราจะต้องยืนอยู่ทางด้านข้างลำตัวของโคข้างใดข้างหนึ่ง ขึ้นอยู่กับว่าเราถนัดมือข้างใด ถ้า ถนัดมือข้างขวาให้ยืนอยู่ทางด้านซ้ายของตัวโคหรือหันหน้าไปทางทิศทวนเข็ม นาฬิกา แต่ถ้าถนัดมือข้างซ้ายให้ยืนอยู่ทางด้านขวาของตัวโคหรือหันหน้าไปทางทิศตาม เข็มนาฬิกา เมื่อโคกำลังวิ่งผ่านหน้าเราไปให้ยกบ่วงขึ้นมาอยู่ในระดับเหนือศีรษะ พร้อมกับวาดแขนไปทางด้านหลัง แล้วก้าวขาข้างที่อยู่ตรงกันข้ามกับมือที่ถือบ่วงไปทางด้านหน้า


- พอโควิ่งเลยผ่านหน้าเราไปพอประมาณแล้ว ให้ใช้สายตาเล็งไปที่ส่วนหัวหรือเขาของโคแล้วเหวี่ยงเชือกตามหลังโคไปติดๆ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งที่รวบเก็บหางเชือกอยู่นั้นให้ค่อยๆผ่อนปลายเชือกออก แต่ให้ถือหางเชือกเอาไว้ให้แน่นและห้ามปล่อยมืออย่างเด็ดขาด โดยควรที่จะเผื่อระยะให้เชือกวิ่งไปตกดักหน้าโค ส่วนหัวของโคก็จะเข้าไปในบ่วงบาศพอดี โดยสังเกตง่ายๆคือ ตัวเรายืนอยู่ในแนวระดับเดียวกันกับส่วนท้ายของโคหรือล้ำมาทางด้านหลังเล็ก น้อย  โดยที่ตำแหน่งการยืนระหว่างคนกับโคควรมีระยะห่างทำมุมประมาณ 30 – 45 องศา หลังจากที่บ่วงเข้าไปในคอของโคแล้วให้รีบกระตุกและดึงเชือกเอาไว้ให้มั่น ตัวปมก็จะรูดเข้าไปรัดคอของโคอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นให้เราย่อตัวลงให้ต่ำเพื่อช่วยทานแรงฉุดกระชากจากโค เพราะถ้าหากเราทำบ่วงขนาดใหญ่เกินไปหรือกระตุกเชือกไม่ทัน ตัวบ่วงอาจลอดผ่านขาเข้าไปรัดบริเวณหน้าอกหรือลำตัวโคแทนได้

อาจ มีข้อสงสัยว่าถ้าหากเกิดในกรณีที่โควิ่งย้อนศรจะต้องทำอย่างไร ขอตอบว่าสามารถทำได้เช่นกัน ด้วยวิธีการเหวี่ยงเชือกแบบฝืนธรรมชาติไปทางด้านหน้าของโค แต่ควรระวังโคจะเบี่ยงหัวหลบได้ เนื่องจากโคจะมองเห็นเหตุการณ์ต่างๆได้อย่างชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากการเหวี่ยงเชือกมาจากทางด้านหลัง เพราะว่าเป็นท่าที่ไม่ฝืนธรรมชาติและโคไม่ทันระวังตัวมาก่อน ถ้าหากเหวี่ยงเชือกออกไปแล้วเกิดพลาดเป้าให้รีบรวบเก็บหางเชือกให้เรียบร้อย ก่อน แล้วจึงค่อยมาปรับขนาดบ่วงให้พอดีกับศีรษะของโค จะช่วยให้สามารถทำงานสะดวกรวดเร็วและประหยัดเวลา เมื่อคล้องโคติดแล้วพยายามดึงเชือกให้ตึงและย่อตัวลงให้ต่ำ ค่อยๆสาวเชือกและเดินเข้าไปหาโคจะเป็นการเบาแรงกว่าการดึงโคเข้ามาหาตัวเรา หรืออาจจะนำหางเชือกไปผูกกับรั้วหรือเสาคอกแล้วจึงค่อยเดินไปหาโคก็ได้


2.การคล้องโคที่ยืนนิ่ง



- การใช้เชือกคล้องที่ถูกวิธี คือ การถือเชือกก็เหมือนกันกับวิธีการคล้องโคที่กำลังวิ่ง แต่ตำแหน่งในการยืนนั้นเราจะยืนตรงไหนก็ได้ ขึ้นอยู่กับจังหวะและสถานการณ์เฉพาะหน้าในขณะนั้น

 

- โคที่ยืนนิ่งจะเดาจังหวะและการเคลื่อนไหวได้ยากกว่า ที่กล่าวแบบนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าพูดผิดหรือเปล่า ต้องขอบอกว่าพูดไม่ผิดหรอกครับ ก็เพราะว่าโคที่กำลังวิ่งอยู่เราจะรู้ได้ทันทีว่าโคจะวิ่งไปทางไหน แต่โคที่ยืนนิ่งเราไม่สามารถคาดเดาทิศทางได้เลยว่าโคจะโยกหัวหรือเบี่ยงตัว ไปทางไหนกันแน่ บางทีตอนที่เรายังไม่ได้เหวี่ยงเชือกออกไปโคก็จะยืนอยู่เฉยๆ แต่พอเราเหวี่ยงเชือกออกไป โคก็จะคอยก้มคอหรือเบี่ยงตัวหลบไปมา ทำให้เชือกหลุดออกจากคอหรือพลาดเป้า

 

- ดังนั้นก่อนที่จะเหวี่ยงเชือกควรจับจังหวะให้ดีเสียก่อน เมื่อมั่นใจแล้วให้เหวี่ยงเชือกออกไปเลยอย่าลังเล พอบ่วงเชือกตกเข้าไปในคอแล้วพยายามไล่ให้โคเดินไปข้างหน้า หรือไม่ก็ให้เราถือหางเชือกแล้วเดินไปทางด้านท้ายพร้อมกับกระตุกเชือก ตัวปมเชือกก็จะรูดเข้ามารัดคอของโคพอดี แต่ถ้าโคก้มหัวลงต่ำแล้วเดินถอยหลังก็จะทำให้บ่วงเชือกหลุดออกจากศีรษะได้ใน ที่สุด การสั่งสมประสบการณ์จะช่วยให้เข้าใจจังหวะของโคได้ดีขึ้น

 

การล้มโคด้วยมือเปล่า

 

วิธีนี้เหมาะสำหรับลูกโคหรือโคที่มีขนาดเล็กมีน้ำหนักตัวระหว่าง 50 – 120 กิโลกรัม โดยที่เรายังสามารถแบ่งวิธีการทำให้โคล้มลงออกเป็นวิธีย่อยได้อีก2 วิธี ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักของตัวโค คือ การล้มโคด้วยวิธีการจับขา(น้ำหนักตัวไม่เกิน50 กิโลกรัม) และ การล้มโคด้วยวิธีการพับคอหรือหักคอ(น้ำหนักตัวไม่เกิน120 กิโลกรัม)

 

1.การล้มโคด้วยการจับขา


- วิธีนี้เหมาะสำหรับล้มลูกโคที่มีน้ำหนักตัวไม่เกิน 50 กิโลกรัม วิธีปฏิบัติคือ หลังจากที่จับลูกโคมาได้แล้ว ให้เรายืนหันหน้าเข้าหาด้านข้างลำตัวลูกโค โดยยืนให้ส่วนขาของเรากับลำตัวลูกโคอยู่แนบชิดติดกัน กางขาพอประมาณยืนให้มั่นคงอยู่ในท่าลักษณะสามเหลี่ยมหน้าจั่ว จากนั้นจึงค่อยๆโน้มตัวลงมาใช้มือทั้งสองข้างจับขาหน้าและหลังของลูกโคข้าง ที่อยู่ติดกับลำตัวเราเอาไว้ โดยให้จับบริเวณหน้าแข้งของลูกโค แล้วจึงค่อยๆดึงขาลูกโคลอยขึ้นมาเหนือพื้นดินอย่างช้าๆ ตัวของลูกโคก็จะค่อยๆเอนลงพาดผ่านหน้าขาและหน้าแข้งของเราลงสู่พื้นดินอย่าง นิ่มนวล และให้ใช้มือทั้งสองข้างจับขาลูกโคกดติดพื้นเอาไว้ให้แน่น เพื่อป้องกันลูกโคดิ้นและเตะ โดยมีข้อควรระวัง คือ อย่าดึงขาลูกโคเร็วเกินไป เพราะน้ำหนักตัวของลูกโคจะเป็นตัวฉุดให้ลำตัวของลูกโคตกกระแทกพื้นอย่างรุนแรงจนอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้


- ในกรณีที่เราต้องการมัดขาลูกโคที่มีน้ำหนักไม่เกิน 50 กิโลกรัม ก็ให้ใช้เชือกมะนิลาหรือเชือกไนล่อนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5/16 นิ้ว หรือ 2.5 หุน และยาวประมาณ 2.5 เมตร โดยให้ทำเชือกเป็นบ่วงเล็กๆขนาดพอดีกับขาของลูกโคจำนวน 2 วง แล้วจึงนำบ่วงไปสวมเข้าที่ขาคู่หลังและนำปลายเชือกทั้งสองด้านสอดเข้า ระหว่างขาคู่หน้าหรือบริเวณหน้าอกในลักษณะไขว้กันเป็นรูปกากบาท


- จากนั้นให้นำปลายเชือกทั้งสองข้างอ้อมผ่านส่วนคอมาผูกเป็นเงื่อนกระตุกไว้ที่บริเวณต้นคอ

2.การล้มโคด้วยการพับคอหรือหักคอ



- วิธีนี้เหมาะสำหรับล้มลูกโคที่มีน้ำหนักตัวไม่เกิน 150 กิโลกรัม วิธีปฏิบัติคือ วิธีนี้จำเป็นที่จะต้องนำเชือกคล้องมาช่วยด้วย โดยจะใช้คล้องในกรณีโคปราดเปรียว แต่ถ้าโคเชื่องก็ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ หลังจากที่คล้องโคติดแล้วพยายามดึงเชือกให้ตึงและย่อตัวให้ต่ำ ค่อยๆสาวเชือกและเดินเข้าไปหาโค หรืออาจจะนำหางเชือกไปผูกรั้ว/เสาคอก แล้วจึงค่อยเดินไปหาโคก็ได้ เมื่อประชิดตัวโคแล้วให้เปลี่ยนจากการจับเชือกมาเป็นการจับหูและปากของโค เพื่อเตรียมล้มโคตามมือข้างที่ถนัด ดังนี้



- ในกรณีที่ถนัดมือขวา ให้ยืนอยู่ทางด้านขวาของโคและหันหน้าไปทางเดียวกับโค โดยใช้มือซ้ายเอื้อมมาจับที่หูซ้ายของโค แล้วสอดหัวแม่มือข้างขวาเข้าไปบริเวณข้างร่องปากด้านขวาของโค  ส่วนนิ้วมือที่เหลือให้กำรอบขากรรไกรล่างของโคเอาไว้ให้แน่น โดยพยายามกดคอของโคให้ชิดติดกับสีข้างลำตัวของเราพร้อมกับย่อตัวเล็กน้อยและ ทิ้งน้ำหนักตัวลงไปบนตัวโค เพื่อป้องกันไม่ให้โคสะบัดหลุด ในขณะที่เรากำลังจับโคอาจมีการยื้อยุดฉุดกระชากกันบ้าง ให้รอจังหวะที่โคนิ่งที่สุดแล้วจึงหมุนตัวเบี่ยงขาขวามาอยู่ในท่าหันหน้า เข้าหาโค พร้อมกับบิดคอโคให้พับไปทางด้านหลังในลักษณะทวนเข็มนาฬิกา โดยการใช้มือขวาที่จับขากรรไกรล่างบิดคางให้หงายขึ้นและใช้มือซ้ายที่จับใบ หูข้างซ้ายอยู่ช่วยกดหัวของโคล งเมื่อคอถูกบิดพับจะทำให้โคเสียการทรงตัว และค่อยๆตะแคงตัวล้มลงนอนในที่สุด ส่วนในกรณีที่ถนัดมือซ้ายก็ให้ทำตรงข้ามกันครับ (ปล.จากภาพตัวอย่างเป็นกรณีที่ผู้ปฏิบัติถนัดมือซ้าย)


หัวใจของการคล้องโคและล้มโคไม่ได้อยู่ที่ความเร็ว ความแรง หรือความเท่ห์ หากแต่อยู่ที่ความปลอดภัยของคนและโค การเข้าใจจังหวะ พฤติกรรม และธรรมชาติของโค คือ กุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จในการทำงาน ดังนั้นเราควรหมั่นสังเกตและเรียนรู้จากประสบการณ์จริงให้มาก ซึ่งจะเห็นผลเป็นรูปธรรมมากที่สุด

 

ในตอนที่ 3 ผมจะมาแนะนำการล้มโคด้วยเชือกกันบ้างนะครับ โชคดีมีความสุขกับการเลี้ยงวัวทุกท่าน สวัสดีครับ

Ex. Video Clip : การสาธิตและบรรยายขั้นตอนการคล้องโค การล้มโคด้วยมือเปล่า และการมัดขาโค




ขอขอบคุณภาพจาก: หนังสือรวมเรื่องโคเนื้อ ม.เกษตรศาสตร์, http://www.4jobb29.mju.ac.th/news_show.php?id=37 และ http://www.thailivestock.com/

By.....COWBOY 62

 

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship


 

สมาชิกเท่านั้นที่เขียนวิจารณ์เรื่องนี้ได้

Cowboy Life & Songs ยินดีต้อนรับ

NWRavatar_3Howdy!

Welcome to Cowboy Life & Songs website. We created this website to be a place for sharing of information and knowledges about old and new western life styles, philosophies, and experiences. We welcome Thais and international friends. Please enjoy your visit.

wayne300

ยินดีต้อนรับสู่ Cowboy Life and Songs, เราสร้างเว็บนี้เพื่อให้เป็นที่เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรม ความคิดเห็น ปรัชญาชีวิต และประสบการณ์ ที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตแบบคาวบอยตะวันตก หรือวิถึชีวิตยุคปัจจุบันที่คล้ายกับยุคตะวันตก เพื่อให้ง่ายต่อการการอ่านและค้นหาเนื้อหาสาระ โดยใช้ระบบ Content Management System หรือ CMS ที่แตกต่างจากระบบ Webboard ทั่วไป

เราอยากให้เว็บนี้เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับผู้รักวิถีชีวิตที่ตื่นเต้นผจญภัยแบบตะวันตก ยุคที่คาวบอย อินเดียนแดงยังใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ พึ่งพาตนเองด้วยการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ เพื่อช่วยให้คนทั่วไปได้รู้จักกับวิถีชีวิตแบบพอเพียงที่เคยมีมาแล้วในอดีต เรียนรู้ความผิดพลาดที่ความบ้าคลั่งในผลผลิตเกินพอ ได้ทำให้สังคมตะวันตกในอเมริกา กลายเป็นระบบอุตสาหกรรมที่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับยุคอุตสาหกรรมข่าวสารในปัจจุบัน เป็นการช่วยรักษาโลกนี้ให้ยั่งยืน โดยไม่เน้นแค่ผลผลิตและเงินตราว่าเป็นสิ่งวัดคุณค่าของมนุษย์มากจนลืมอนุรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม

เว็บไซต์นี้มีระบบการทำงานหลักอยู่ 2 ส่วนคือ บทความ และ กระดานข่าว (Cowboy Forum) ส่วนบทความมีไว้เพื่อให้สมาชิกได้เขียนบทความที่เป็นสาระประโยชน์ค่อนข้างยาว โดยจะมีพื้นที่ให้ผู้อ่านเขียนแสดงความคิดเห็นไว้ตอนท้าย มีระบบบรรณาธิการคอยตรวจสอบบทความก่อนขึ้นเว็บเหมือนหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ส่วนกระดานข่าว มีไว้เพื่อให้สมาชิกได้ตั้งกระทู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างอิสระ แต่โปรดระวังให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย พ.ร.บ. ข่าวสารข้อมูลและคอมพิวเตอร์ 2550 ซึ่งสรุปได้ง่ายๆ คือ ต้องไม่ให้ร้ายป้ายสี ดูหมิ่น ทำให้ผู้อื่นเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อม

เนื้อหาในเว็บนี้ ส่วนหนึ่งคือกระทู้ที่ผมเขียนไว้ที่ www.cowboythai.com  ซึ่งบางกระทู้สูญหายไป ที่เหลือก็กระจายอยู่ในหลายบอร์ด บอร์ดเก่าปิดไม่ให้เข้าไปปรับปรุงแก้ไข(แยกเป็น 4 บอร์ดแล้วในขณะนี้) ซึ่งคงเป็นเพราะทางเว็บเน้นเรื่องการเป็นศูนย์กลางของการพบปะสังสรรค์ของชุมชนมากกว่า และก็เป็นจุดเด่นของเว็บนั้นจนทำให้เราได้รู้จักกันมากมายทั่วประเทศ  แต่ระบบเว็บบอร์ดแบบนั้น ไม่เหมาะในการเก็บรักษาบทความที่มีเนื้อหาสาระยาวๆ ที่ต้องการให้ถูกต้องแม่นยำ  ผมจึงต้องทำเว็บนี้ขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง หวังเพื่อช่วยเสริมในส่วนที่ขาดไปและเป็นการแยกบทความยาวๆ ไม่ให้ไปรบกวนผู้ที่ไม่ชอบอ่าน  

เหนืออื่นใดก็คือ ต้องการรวบรวมบทความด้านนี้ไว้ให้ง่ายแก่การค้นหา และทำการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ถูกต้องและมีเนื้อหามากขึ้น ตามข้อมูลที่ถูกค้นพบเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ไม่ใช่บทความแบบ static คือเขียนครั้งเดียวได้แค่ไนก็แค่นั้นแบบในหนังสือกระดาษที่ล้าสมัยไปแล้ว ผมต้องการให้เหมือนกับเป็นพจนานุกรม วิกกี้พิเดียภาษาไทย ทางด้านนี้ 

อย่างไรก็ตาม เราขอเชิญทุกท่านที่สนใจในแนวเดียวกัน มาช่วยกันเขียนบทความ  เขียนวิจารณ์แสดงความคิดเห็น   เพื่อช่วยกันเผยแพร่และรักษาไว้ซึ่งวิถีชิวิตที่เป็นความฝันของเรา ไม่ว่ามันจะเป็นจริงได้หรือไม่ก็ตาม  โดยท่านที่มี e-mail สามารถลงทะเบียนเป็นสมาชิกได้เลย ซึ่งท่านจะได้สิทธิเป็น "นักเขียน" ในขั้นต้นสำหรับบทความก่อน และจะมีบรรณาธิการช่วยตรวจสอบ และนำขึ้นตีพิมพ์ในเวลาไม่นาน  ส่วนกระดานข่าว สิ่งที่ท่านเขียน จะถูกตีพิมพ์ขึ้นเว็บทันทีเหมือนเว็บบอร์ดทั่วไป

เหตุจูงใจให้ผมชอบคาวบอยและอินเดียนแดง
คาวบอย และอินเดียนแดงในอดีต เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก เพราะเขามีจิตสำนึกและหลักธรรมนำชีวิตที่ดี จนมีคนรวบรวมไว้เป็นบัญญัติ 10 ประการของอินเดียนและคาวบอย ดังนี้

10Commandments

บัญญัติ 10 ประการของอินเดียนแดง
  1. จงปฎิบัติต่อโลกและทุกสิ่งที่อยู่บนโลกด้วยความเคารพ
  2. จงใกล้ชิดวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ตลอดเวลา(เทียบเท่ากับ พระเจ้า ของชนอเมริกัน พื้นเมือง)
  3. ให้ความเคารพสูงสุดต่อสิ่งมีชีวิตร่วมโลก 
  4. ร่วมกันทำงาน เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติโดยรวม
  5. ให้ความช่วยเหลือและเมตตาในทุกแห่งที่มีผู้ต้องการ
  6. ทำในสิ่งที่คุณรู้ว่าถูกต้อง
  7. ดูแลจิตใจและร่างกายให้ดีเสมอ
  8. อุทิศแบ่งปันความพยายาม เพื่อสิ่งที่ดีกว่า  
  9. จงจริงใจและซื่อสัตย์ตลอดเวลา
  10. รับผิดชอบการกระทำของตัวเองทุกประการ
บัญญัติ 10 ประการของคาวบอย
  1. คาวบอยต้องไม่ยิงก่อน ไม่ชกต่อยคนที่ตัวเล็กกว่า ไม่เอาเปรียบผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรม
  2. คาวบอยต้องไม่กลับคำพูด หรือทำลายความไว้วางใจที่ผู้อื่นมอบให้
  3. คาวบอยต้องรักษาสัตย์
  4. คาวบอยต้องอ่อนโยนต่อเด็ก คนแก่ และการุณต่อสัตว์ทั่วไป
  5. คาวบอยต้องไม่สนับสนุนหรือมีความคิดในการแบ่งแยกเผ่าพันธุ์หรือศาสนา
  6. คาวบอยต้องช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อนทุกข์ยาก
  7. คาวบอยต้องเป็นคนรับจ้างหรือคนงานที่ดี
  8. คาวบอยต้องมีความสะอาดทางความคิด คำพูด การกระทำ และนิสัยส่วนตัว
  9. คาวบอยต้องให้เกียรติ์ผู้หญิง เคารพพ่อแม่ และเคารพกฎหมาย
  10. คาวบอยต้องเป็นผู้รักชาติ
โดยนัยนี้ เว็บนี้ต้องการเผยแพร่หลักธรรมนำชีวิตที่ดีตามแนวพอเพียงแบบตะวันตก ซึ่งไม่ขัดแย้งกับคำสอนของศาสนาใดๆ รวมทั้งลักษณะของคุณธรรม น้ำมิตร ความวิริยะพากเพียร ในการต่อสู้ด้วยลำแข้งของตนเอง เพื่อดำรงชีวิตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เลวร้าย ซึ่งเราก็ไม่อาจทราบได้ว่า จากปัญหา global warming และการทำลายธรรมชาติอย่างหนักขณะนี้ ในอนาคต สภาพแวดล้อมทั่วโลกอาจหวนกลับไปเป็นแบบดินแดนกันดารในยุคตะวันตกก็ได้
เว็บนี้ไม่หวังผลทางการค้า เราหวังเพียงเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามในสังคม ในแนวทางผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยกับตะวันตก
 

ลงชื่อเข้าใช้ระบบ (Login)

สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิ์โพสต์ข้อความในกระดานสนทนา เขียนและวิจารณ์บทความ โปรดล็อกอิน ถ้าไม่ใช่สมาชิกลงทะเบียนเป็นสมาชิกได้เลยครับ เมื่อ Login ท่านจะได้รับ ReCAPTCHA Text Error. ให้ลงไปดูด้านล่าง จะมีหน้าต่างให้ป้อนตัวเลขหรือตัวหนังสือจากภาพ 2 ภาพ ให้ป้อนให้ครบทุกตัวตามรูป แล้วคลิกที่ "เข้าสู่ระบบ" เป็นระบบป้องกันการล๊อกเข้าระบบโดย robot ของพวก hacker ครับ

ขอบคุณที่แวะมาเยือน Cowboy Life & Songs ขอให้สนุกกับบรรยากาศตามแบบของคนมีใจคาวบอยใน western style ครับ

Who's Online

เรามี 111 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิก ออนไลน์
  • yemelnykchey

Cowboy Commics

ปืนเหนือปืน

คลิ๊กที่ภาพเพื่ออ่านได้เลยครับ

InventionOfAGunFighter-1-ss

นิยายภาพสร้างจากหนังทีวีซีรี่อเมริกันคาวบอยที่คนนิยมมากที่สุด "โบนันซ่า" ซึ่งฉายต่อเนื่องกันนานถึง 14 ปี จาก 12  ก.ย. 1959 - 16 ม.ค. 1973  นี่เป็นตอนหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่า ธาตุแท้ของลูกผู้ชายใจคาวบอยตัวจริง ควรเป็นอย่างไร

นี่คือเรื่องราวที่เป็นความฝันของคนรักคาวบอยจำนวนมาก ตัวละัครเอกคือคนในครอบ ครัวปศุสัตว์ "พอนเดอโรซ่า" ที่เป็นไร่ปศุสัตว์อันกว้างใหญ่ไพศาล มีทั้งทุ่งหญ้า ป่าไม้ ภูเขาและทะเลสาบ กินอาณาบริเวณประมาณ 1,000 ตารางไมล์ หรือประมาณ 2,900 ตารางกิโลเมตร (ประมาณเท่ากับจังหวัดเชีียงใหม่ทั้งจังหวัด) ซึ่ง เบ็น คาร์ตไรต์ คือผู้เข้ามาจับจองและบุกเบิกกับลูกชาย 3 คน อาชีพหลักของครอบครัวนี้คือ เลี้ยงวัวหลายหมื่นตัว และทำป่าไม้ในที่ดินของตนเอง พวกเขาคือคาวบอยตัวจริงในความฝันของคนที่ชอบหนังแนวคาวบอยจำนวนหลายล้านคนทั่วโลก  

 

การ์ตูนคาวบอย Have Gun Will Travel ตอน โจรจำเป็น

ดาวโหลด e-book เรื่อง โจรจำเป็น

******************

การ์ตูนคาวบอย Gene Autry
ตอน The Ghost Outlaws(โจรผี)

 

ดาวโหลด e-book เรื่อง โจรผี

******************

Gunsmoke ตอน ขนเหยี่ยว

ดาวน์โหลด e-book เรื่อง ขนเหยี่ยว

******************

Lawman ตอน The Deputy
(ผู้รักษากฎหมายตอนผู้ช่วยนายอำเภอ)

ดาวน์โหลด e-book เรื่อง Lawman ตอน The Deputy
(ผู้รักษากฎหมายตอนผู้ช่วยนายอำเภอ)

ดาวโหลดโปรแกรมอ่าน e-book ได้ที่นี่ http://comicrack.cyolito.com/