www.cowboylifeandsong.com

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
Home วิถีชีวิต ศิลปะ/วัฒนธรรม วิถีชีวิต,งาน,ประเพณี Coyboy/Indian Traditions,Folkways ศิลปะในการต้อนและบังคับโค ''การล้มโคด้วยเชือก''

ศิลปะในการต้อนและบังคับโค ''การล้มโคด้วยเชือก''

อีเมล พิมพ์ PDF
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 

 

ศิลปะในการต้อนและบังคับโค ''การล้มโคด้วยเชือก''

April 24, 2014 at 3:03pm

วิธีการล้มโคด้วยเชือกนั้น เป็นวิธีที่ใช้กับโคที่มีรูปร่างขนาดใหญ่ เกินกว่ากำลังคนที่จะล้มด้วยมือเปล่าได้ ถือเป็นวิธีการจัดการที่ปลอดภัยต่อทั้งตัวคนและโค มีขั้นตอนการปฏิบัติที่ค่อนข้างซับซ้อน แต่ก็ไม่ยากอย่างที่คิด ต้องอาศัยทักษะความสามารถและประสบการณ์ที่ดีในระดับหนึ่ง มีการทำงานเป็นทีมสอดประสานกันอย่างลงตัว เพราะทุกนาทีมีความเสี่ยงและทุกจังหวะสามารถเกิดอันตรายต่อคนและโคได้เสมอ การล้มโคด้วยเชือกนั้น หลักๆจะมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ การล้มโคแบบใช้เชือก 1 เส้น หรือที่เรียกว่า แบบเบอร์เล่ย์ (Burley Method of Easting) และ การล้มโคแบบใช้เชือก 2 เส้น หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า “การล้มเชือก” ทั้ง 2 วิธีนี้จะยากง่ายเพียงใด เราลองมาติดตามไปพร้อมๆกันเลยครับ

 


1. การล้มโค แบบใช้เชือก 1 เส้น หรือที่เรียกว่า แบบเบอร์เล่ย์ (Burley Method of Easting) 

 

- วิธีนี้เหมาะสำหรับโคที่เชื่องมาก เช่น โคนม เป็นต้น วิธีปฏิบัติคือ นำเชือก(มะนิลา หรือ ไนล่อน) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ½ นิ้ว หรือ 4 หุน และยาวประมาณ 8 – 10 เมตร จำนวน 1 เส้น มาวางพาดบนส่วนหลังคอของโค โดยแบ่งความยาวเชือกทั้ง 2 ฝั่งให้เท่ากัน 

 

จากนั้น ให้เอาหางเชือกทั้ง 2 ข้างพาดลงมายังบริเวณส่วนอกของโคในลักษณะไขว้ทับกับเป็นรูปกากบาทอยู่ตรง กลางระหว่างขาหน้าทั้ง 2 ข้าง แล้วจึงนำเชือกทั้ง 2 ข้างพาดย้อนกลับขึ้นไปยังส่วนหลังของโคในลักษณะไขว้ทับกันเป็นรูปกากบาทอยู่ ตรงบริเวณกลางแผ่นหลังพอดี สุดท้ายให้นำหางเชือกทั้ง 2 ข้างพาดลงมายังบริเวณซอกขาหลังทั้ง 2 ข้างของโค ผ่านมายังทางด้านหลังโดยที่ไม่กดทับลูกอัณฑะหรือเต้านม แล้วค่อยๆดึงหางเชือกทั้ง 2 ข้างไปทางด้านหลังพร้อมกัน เบี่ยงซ้ายทีขวาที เพื่อให้โคค่อยๆเสียหลักจนล้มลงในที่สุด

 


2. การล้มโค แบบใช้เชือก 2 เส้น หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า “การล้มเชือก” 

 

- วิธีนี้เหมาะสำหรับล้มโคที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเกินกำลังของคนที่จะใช้มือเปล่าจับล้มได้ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานประกอบด้วย... 



เชือก คล้อง(มะนิลา หรือ ไนล่อน) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ½ นิ้ว หรือ 4 หุน และยาวประมาณ 8 – 10 เมตร จำนวน 2 เส้น โดยปกติจะนิยมใช้เชือกมะนิลามากกว่าเชือกไนล่อน เพราะว่าจับถนัดและไม่บาดมือ ส่วนความยาวของเชือกคล้องนั้น ควรใช้เชือกเส้นหนึ่งมีความยาวตามปกติ คือ 8 เมตร เพื่อความสะดวกในการหยิบจับใช้งานและไม่รุ่มร่ามจนเกินไป ส่วนเชือกอีกเส้นหนึ่งควรมีความยาวมากกว่าปกติ คือ 10 เมตร เพื่อเอาไว้เผื่อเวลาที่ต้องใช้เชือกมัดลำตัวโคตัวใหญ่ที่มีขนาดลำตัวยาว และช่วยเสริมแรงดึงให้โคล้มลงได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยตัดกำลังโคไปในตัวได้เป็นอย่างดี


เชือก มัดขา(มะนิลา หรือ ไนล่อน) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5/16 นิ้ว หรือ 2.5 หุน และยาวประมาณ 2.5 เมตร จำนวน 2 เส้น โดยปกติควรที่จะใช้เชือกมะนิลามากกว่าเชือกไนล่อนที่ใช้กันทั่วไป เพราะว่าเชือกไนล่อนมีความลื่นและคม เป็นอันตรายต่อฝ่ามือผู้ใช้และทำให้ขาของโคถูกเชือกบาดได้ง่าย เพื่อความสะดวกในการทำงานควรทำเชือกเป็นบ่วงไว้ที่ปลายเชือกด้านใดด้านหนึ่ง เพียงด้านเดียว สำหรับใช้สอดขาของโคข้างใดข้างหนึ่งแล้วจึงค่อยรวบขาทั้ง 2 ข้างมัดเข้าไว้ด้วยกัน

บาดแผลจากการถูกเชือกบาดบาดแผลจากการถูกเชือกบาด

 

ใน ที่นี้จะอธิบายตามสถานการณ์จริง ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากขั้นตอนการปฏิบัติตามเนื้อหาทางวิชาการบ้างเล็กน้อย เนื่องจากต้องพลิกแพลงและปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสถานที่และเหตุการณ์ ณ ขณะนั้น แต่ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การคำนึงถึงความปลอดภัยต่อทั้งคนและโค โดยรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงาน มีดังต่อไปนี้

 

- จากภาพดังกล่าวเริ่มต้นให้ผู้ที่มีความชำนาญในการใช้เชือกบ่วงบาศ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันจนติดปากว่า “เชือกพรวน” จัดการคล้องเชือกเส้นแรกให้เข้าไปอยู่ในตำแหน่งคอของโคตัวนั้น จากนั้นให้นำเชือกเส้นที่ 2 มาคล้องที่บริเวณลำคอของโคตรงตำแหน่งเดิมอีกเช่นกัน สำหรับในงานนี้โคไม่ดื้อมากนักก็ให้นำเชือกเส้นที่สั้นดึงมาผูกเงื่อนกระตุก ไว้ให้ชิดกับเสาคอก เพื่อลดพื้นที่ในการเหวี่ยงสะบัดตัวของโคในกรณีที่เกิดอาการพยศ และช่วยลดแรงกระชากของโคที่กระทำต่อเสาคอกให้น้อยลง โดยพยายามผูกให้อยู่ในระดับที่ติดกับพื้นดินที่สุด เผื่อในกรณีที่โคทิ้งตัวลงนอนจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แขวนคอตัวเอง เพราะถ้าเราผูกเชือกไว้ในระดับที่สูงแล้ว หากเกิดเหตุการณ์ที่โคทิ้งตัวลงนอน น้ำหนักตัวจำนวนมากจะทำหน้าที่เป็นตัวถ่วงน้ำหนักโดยอัตโนมัติ เชือกคล้องก็จะกลายเป็นเพชฌฆาตบีบรัดหลอดเลือดบริเวณลำคอ ทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงสมองจนอาจทำให้โคเสียชีวิตลงอย่างรวดเร็ว

 

คำแนะนำ

- เพื่อความสะดวกปลอดภัยและร่นระยะเวลาในการทำงาน หลังจากที่เราคล้องเชือกเส้นแรกได้แล้ว ก็ให้ผู้คล้องดึงเชือกไปยังเสาคอกต้นที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วจัดการส่งเชือกให้กับผู้ที่รออยู่ด้านนอกคอกทำการนำปลายเชือกพันรอบเสา คอก 1 รอบ เพื่อใช้ประโยชน์จากตัวเชือกที่รัดกับเสาเป็นกลไกในการต่อกรกับแรงกระชากของ โค แถมยังเป็นการประหยัดกำลังในการทำงานได้เป็นอย่างดี เมื่อโคเดินมาใกล้เสาก็ให้อาศัยจังหวะดังกล่าวรีบดึงเชือกเข้ามาอย่างรวด เร็ว พอโคทำท่าทางจะออกแรงกระชากก็ให้ย่อตัวให้ต่ำลง พร้อมกับใช้มือทั้ง 2 ข้างทำการตรึงจับเชือกไว้ให้มั่น ทำเช่นนี้สลับกันไปตามจังหวะที่เหมาะสม โดยให้ผู้ช่วยอีกคนช่วยต้อนโคจากด้านท้าย เพื่อช่วยกระตุ้นให้โคเดินเร็วขึ้น เมื่อได้ระยะที่ต้องการแล้วจึงผูกเชือกไว้กับเสาคอกด้วยเงื่อนกระตุกตามปกติ จากนั้นจึงค่อยนำเชือกอีกเส้นมาสวมที่คอของโคเพื่อเตรียมล้มโคต่อไป

 

- เมื่อทำการยึดโคไว้กับเสาคอกด้วยเงื่อนกระตุกเรียบร้อยแล้ว ให้นำเชือกคล้องเส้นยาวอีกเส้นหนึ่งมาทำการรัดตัวโค หรือที่ภาษาชาววัวเรียกว่า "มัดข้าวต้ม"เพื่อเตรียมล้มโค เพื่อความปลอดภัยในขั้นตอนการล้มโคควรใช้ผู้ปฏิบัติ 4 คนขึ้นไป เริ่มต้นจากนำเชือกคล้องเส้นที่สองมาคล้องคอเหมือนเชือกคล้องเส้นแรก แต่ไม่ต้องนำไปผูกกับอะไรทั้งสิ้น โดยให้ผู้ที่จะทำหน้าที่ล้มโคซึ่งมีพละกำลังดีที่สุดในทีมถือปลายเชือกไว้ แล้วนำปลายเชือกโยนลอดใต้ท้องโคส่งไปให้ผู้ช่วยที่อยู่อีกด้านหนึ่งของตัวโค

 

- เมื่อผู้ช่วยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้รับเชือกแล้วก็ให้โยนปลายเชือกข้ามส่วน หลังของโคกลับมายังฝั่งเดิม จากนั้นให้ผู้ที่อยู่ฝั่งแรกนำเชือกเส้นดังกล่าวมาสอดเข้ากับตัวเชือกของมัน เอง จนกลายเป็นปมมีลักษณะเป็นกระเปาะเรียกว่า “แบบข้าวต้มมัด”โดยให้ตำแหน่งที่สอดเชือกอยู่บริเวณสวาบ(เอว) ค่อนมาทางด้านหน้าของปุ่มกระดูกเชิงกราน


- หลังจากที่สอดเชือกจนได้กระเปาะข้าวต้มมัดเรียบร้อยแล้ว จึงให้ย่อตัวลงแล้วดึงหางเชือกกดลงต่ำไปทางด้านหลัง และค่อยๆเบี่ยงเชือกกลับมายังฝั่งตรงข้ามเพื่อตัดกำลังของโค พอโคล้มลงแล้วให้ค่อยๆผ่อนเชือกเส้นแรกที่ผูกติดกับเสาคอกออก เพราะว่าถ้าเราไม่ผ่อนจะทำให้เชือกตึงคอจนโคหายใจไม่ออก และดิ้นรนขัดขืนอย่างรุนแรง ส่งผลทำให้ทำงานยากขึ้น

 

- หลังจากที่โคล้มลงแล้ว ก็ให้ผู้ที่เตรียมมัดขาทั้งขาหน้าและขาหลังเข้าประจำตำแหน่งอย่างรวดเร็ว โดยที่จะต้องทำการตรึงเชือกที่คล้องคอและเชือกที่รัดสวาบเอาไว้ก่อน จนกว่าจะมัดขาเสร็จเรียบร้อย เพื่อป้องกันโคสะบัดตัวหลุดออกจากพันธนาการ ในกรณีนี้เนื่องจากโคที่ถูกล้มไม่ปราดเปรียวมากนัก จึงทำให้สามารถเข้ามัดขาได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกโคเตะหรือสะบัดหัวใส่ หลังจากที่มัดขาเสร็จแล้วจึงให้ทำการปลดเชือกคอและสวาบออกให้เรียบร้อย เพื่อที่โคจะได้หายใจได้สะดวกและไม่เกะกะในขณะที่ทำงาน

 

คำแนะนำ

- เพื่อความสะดวกปลอดภัยและร่นระยะเวลาในการทำงาน ในกรณีที่โคปราดเปรียวหรือไม่ยอมให้จับมัดขาง่ายๆ นั้น ควรให้คนที่หนึ่งเข้ากดที่ส่วนหัวโคและส่วนคอไม่ให้สะบัด โดยใช้มือทั้งสองข้างกดที่ส่วนหัวและใช้หัวเข่ากดที่คอเอาไว้

 

- คนที่สองกดบริเวณสวาบโดยให้ใช้หัวเข่ากดที่สีข้างของโคหรือจะลงทุนนอนทับเลย ก็ได้ มือข้างหนึ่งจับที่ขาหลังเอาไว้ให้มั่นเพื่อป้องกันโคเตะ ส่วนมืออีกข้างให้จับหางโคลอดระหว่างขาหลังทั้งสองข้างแล้วดึงเข้าหาลำตัว เพื่อตัดกำลังโคและใช้เป็นที่ยึดจับกันหลุดกระเด็นเวลาโคดิ้น

 

- คนที่สามให้วิ่งเข้าที่ขาหน้าของโคเอาขาด้านในของตนเองสอดเข้าไปใต้หน้าแข้งเหนือหัวเข่าโค

 

- คนที่สี่ให้วิ่งเข้าขาหลังของโคเอาขาด้านในของตนเองสอดเข้าไปใต้ข้อพับด้านบนของโค ห้ามนั่งยองหรือคุกเข่าเด็ดขาดเพื่อป้องกันโคเตะ

 

- สุดท้ายให้คนที่สามและสี่ต่างคนต่างเอาเชือกมัดขาสอดบ่วงเข้าไปในขาข้างที่ อยู่ด้านบน แล้วมัดวนรอบขาหน้าและขาหลังสัก 3 – 4 รอบ เสร็จแล้วให้แลกเชือกกัน โดยให้สอดปลายเชือกผ่านช่องกลางระหว่างขาข้างซ้ายและขวา จากนั้นให้ต่างคนต่างดึงเชือกเข้าหากัน ขาทั้งสี่ข้างก็จะหุบเข้าหากันโดยอัตโนมัติ แล้วให้จับเชือกเส้นหนึ่งดึงขึ้นตั้งตรงเอาไว้ ส่วนเชือกมัดขาอีกเส้นหลังจากที่แลกเชือกและดึงเชือกเข้าหากันแล้ว ให้วนเชือกรอบขาทั้งสี่ข้างอีก 2 – 3 รอบ โดยให้วนอยู่ด้านในของเชือกเส้นที่ตั้งตรงอยู่ เพื่อป้องกันเชือกหลุดเวลาโคดิ้นแล้วจึงนำหางเชือกไปผูกเงื่อนกระตุกกับ เชือกเส้นที่ตั้งรออยู่ก่อนหน้านี้


- หลังจากที่มัดขาทั้ง 4 ข้างเรียบร้อยแล้ว ให้เตรียมจัดการโคตามที่ต้องการต่อไป เช่น สูญเขา ตีเบอร์ และตอนโค ฯลฯ


- หลังจากที่ปฏิบัติภารกิจเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ให้ผู้ปฏิบัติงานทั้ง 4 คน เข้าหาโคในตำแหน่งเดิมเหมือนกับตอนที่ล้มโค โดยให้ผู้ที่อยู่ส่วนหัวและสวาบคอยกดโคเอาไว้แบบเดียวกับตอนที่ล้มโคเช่นกัน ส่วนอีกสองคนให้เข้าบริเวณตำแหน่งขาหน้าและขาหลัง แล้วจึงทำการปลดเชือกที่มัดขาออก เมื่อแก้เชือกเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงให้เตรียมถอยออกมา โดยผู้ปฏิบัติงานทุกคนจะต้องให้สัญญาณพร้อมกัน โดยนับหนึ่ง สอง สาม แล้วค่อยๆเดินถอยออกจากโค โดยพยายามอย่าให้โคตื่นตกใจถือเป็นอันเสร็จสมบูรณ์

 

Ex. Video Clip : ขั้นตอนวิธีการคล้องโค การล้มโค และเทคนิคการมัดขาโค
https://www.facebook.com/photo.php?v=10200220487573818&set=vb.1201227369&type=3&theater

 

 

ของฝากนักคล้อง


- สำหรับมือใหม่ที่ต้องการปลดเชือกคล้องออกจากคอของโค มักจะประสบพบเจอปัญหาเดิมๆ คือ เชือกจะล็อคตัวเอง คล้ายกับการหักคอไก่ สืบเนื่องมาจากการปลดเชือกที่ไม่ถูกวิธี เพราะว่าไปจับส่วนที่เป็นตัวเชือกซึ่งมีความเป็นอิสระทำให้ควบคุมลำบาก ส่งผลให้การปลดเชือกออกจากคอทำได้ยากขึ้น เสียทั้งแรงและเวลา ยิ่งถ้าเจอโคที่ปราดเปรียวหรือโคที่ไม่เคยโดนเชือกมาก่อน จะเกิดอาการที่เรียกว่า “บ้าเชือก” ทั้งสะบัดหัว พุ่งชน และขวิดผู้ปฏิบัติงานได้



- วิธีแก้ไขก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากมาย เพียงแค่ให้เอื้อมมือไปจับตรงส่วนของหัวเชือกเอาไว้ให้แน่น แล้วค่อยๆดึงเชือกออกมา ส่วนของตัวเชือกก็จะวิ่งตามมือออกมาโดยง่ายดาย หรือถ้าในจังหวะที่จับหัวเชือกอยู่นั้น โคกำลังเดินถอยหลังพอดีก็จะช่วยให้เราไม่ต้องออกแรงมากนัก พอเชือกค่อยๆผ่อนจนคิดว่ามีขนาดบ่วงกว้างพอที่จะดึงออกจนพ้นหัวและวงเขาได้ แล้ว ก็ให้ทำการปลดเชือกออก โดยถอดเชือกออกจากส่วนหัวผ่านลงมายังทางปาก หรือจากด้านบนลงด้านล่างนั่นเอง

- เหตุผลที่ต้องปลดเชือกออกจากส่วนหัวก่อนก็เพราะว่า ถ้าเราปลดเชือกออกจากส่วนปากก่อนจะทำให้เชือกติดขากรรไกรและปลายคาง และยังเป็นท่าที่ฝืนธรรมชาติสวนทางกับแรงโน้มถ่วงโลก จนอาจทำให้มีแรงเหวี่ยงที่จะสะบัดเชือกน้อยลง อีกทั้งเชือกและมือที่พาดผ่านด้านหน้ายังทำให้โคเกิดอาการตื่นตกใจ และอาจสะบัดหัวหรือพุ่งเข้าชนจนทำให้บาดเจ็บได้

 

 

เรื่อง ราวศิลปะในการต้อนและบังคับโคได้สำเร็จครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว หวังว่าคงมีประโยชน์กับทุกท่านบ้างไม่มากก็น้อย โชคดีมีความสุขกับการเลี้ยงวัวทุกท่าน สวัสดีครับ

 

Ex. Video Clip : การสาธิตและบรรยายขั้นตอนการคล้องโค การล้มโคด้วยมือเปล่า และการมัดขาโค

 

 

 

ขอขอบคุณภาพจาก : หนังสือรวมเรื่องโคเนื้อ ม.เกษตรศาสตร์ และ http://www.thailivestock.com/


By.....COWBOY 62

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

 

 

สมาชิกเท่านั้นที่เขียนวิจารณ์เรื่องนี้ได้

Cowboy Life & Songs ยินดีต้อนรับ

NWRavatar_3Howdy!

Welcome to Cowboy Life & Songs website. We created this website to be a place for sharing of information and knowledges about old and new western life styles, philosophies, and experiences. We welcome Thais and international friends. Please enjoy your visit.

wayne300

ยินดีต้อนรับสู่ Cowboy Life and Songs, เราสร้างเว็บนี้เพื่อให้เป็นที่เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรม ความคิดเห็น ปรัชญาชีวิต และประสบการณ์ ที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตแบบคาวบอยตะวันตก หรือวิถึชีวิตยุคปัจจุบันที่คล้ายกับยุคตะวันตก เพื่อให้ง่ายต่อการการอ่านและค้นหาเนื้อหาสาระ โดยใช้ระบบ Content Management System หรือ CMS ที่แตกต่างจากระบบ Webboard ทั่วไป

เราอยากให้เว็บนี้เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับผู้รักวิถีชีวิตที่ตื่นเต้นผจญภัยแบบตะวันตก ยุคที่คาวบอย อินเดียนแดงยังใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ พึ่งพาตนเองด้วยการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ เพื่อช่วยให้คนทั่วไปได้รู้จักกับวิถีชีวิตแบบพอเพียงที่เคยมีมาแล้วในอดีต เรียนรู้ความผิดพลาดที่ความบ้าคลั่งในผลผลิตเกินพอ ได้ทำให้สังคมตะวันตกในอเมริกา กลายเป็นระบบอุตสาหกรรมที่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับยุคอุตสาหกรรมข่าวสารในปัจจุบัน เป็นการช่วยรักษาโลกนี้ให้ยั่งยืน โดยไม่เน้นแค่ผลผลิตและเงินตราว่าเป็นสิ่งวัดคุณค่าของมนุษย์มากจนลืมอนุรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม

เว็บไซต์นี้มีระบบการทำงานหลักอยู่ 2 ส่วนคือ บทความ และ กระดานข่าว (Cowboy Forum) ส่วนบทความมีไว้เพื่อให้สมาชิกได้เขียนบทความที่เป็นสาระประโยชน์ค่อนข้างยาว โดยจะมีพื้นที่ให้ผู้อ่านเขียนแสดงความคิดเห็นไว้ตอนท้าย มีระบบบรรณาธิการคอยตรวจสอบบทความก่อนขึ้นเว็บเหมือนหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ส่วนกระดานข่าว มีไว้เพื่อให้สมาชิกได้ตั้งกระทู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้อย่างอิสระ แต่โปรดระวังให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย พ.ร.บ. ข่าวสารข้อมูลและคอมพิวเตอร์ 2550 ซึ่งสรุปได้ง่ายๆ คือ ต้องไม่ให้ร้ายป้ายสี ดูหมิ่น ทำให้ผู้อื่นเสียหายทั้งทางตรงและทางอ้อม

เนื้อหาในเว็บนี้ ส่วนหนึ่งคือกระทู้ที่ผมเขียนไว้ที่ www.cowboythai.com  ซึ่งบางกระทู้สูญหายไป ที่เหลือก็กระจายอยู่ในหลายบอร์ด บอร์ดเก่าปิดไม่ให้เข้าไปปรับปรุงแก้ไข(แยกเป็น 4 บอร์ดแล้วในขณะนี้) ซึ่งคงเป็นเพราะทางเว็บเน้นเรื่องการเป็นศูนย์กลางของการพบปะสังสรรค์ของชุมชนมากกว่า และก็เป็นจุดเด่นของเว็บนั้นจนทำให้เราได้รู้จักกันมากมายทั่วประเทศ  แต่ระบบเว็บบอร์ดแบบนั้น ไม่เหมาะในการเก็บรักษาบทความที่มีเนื้อหาสาระยาวๆ ที่ต้องการให้ถูกต้องแม่นยำ  ผมจึงต้องทำเว็บนี้ขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง หวังเพื่อช่วยเสริมในส่วนที่ขาดไปและเป็นการแยกบทความยาวๆ ไม่ให้ไปรบกวนผู้ที่ไม่ชอบอ่าน  

เหนืออื่นใดก็คือ ต้องการรวบรวมบทความด้านนี้ไว้ให้ง่ายแก่การค้นหา และทำการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ถูกต้องและมีเนื้อหามากขึ้น ตามข้อมูลที่ถูกค้นพบเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ไม่ใช่บทความแบบ static คือเขียนครั้งเดียวได้แค่ไนก็แค่นั้นแบบในหนังสือกระดาษที่ล้าสมัยไปแล้ว ผมต้องการให้เหมือนกับเป็นพจนานุกรม วิกกี้พิเดียภาษาไทย ทางด้านนี้ 

อย่างไรก็ตาม เราขอเชิญทุกท่านที่สนใจในแนวเดียวกัน มาช่วยกันเขียนบทความ  เขียนวิจารณ์แสดงความคิดเห็น   เพื่อช่วยกันเผยแพร่และรักษาไว้ซึ่งวิถีชิวิตที่เป็นความฝันของเรา ไม่ว่ามันจะเป็นจริงได้หรือไม่ก็ตาม  โดยท่านที่มี e-mail สามารถลงทะเบียนเป็นสมาชิกได้เลย ซึ่งท่านจะได้สิทธิเป็น "นักเขียน" ในขั้นต้นสำหรับบทความก่อน และจะมีบรรณาธิการช่วยตรวจสอบ และนำขึ้นตีพิมพ์ในเวลาไม่นาน  ส่วนกระดานข่าว สิ่งที่ท่านเขียน จะถูกตีพิมพ์ขึ้นเว็บทันทีเหมือนเว็บบอร์ดทั่วไป

เหตุจูงใจให้ผมชอบคาวบอยและอินเดียนแดง
คาวบอย และอินเดียนแดงในอดีต เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก เพราะเขามีจิตสำนึกและหลักธรรมนำชีวิตที่ดี จนมีคนรวบรวมไว้เป็นบัญญัติ 10 ประการของอินเดียนและคาวบอย ดังนี้

10Commandments

บัญญัติ 10 ประการของอินเดียนแดง
  1. จงปฎิบัติต่อโลกและทุกสิ่งที่อยู่บนโลกด้วยความเคารพ
  2. จงใกล้ชิดวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ตลอดเวลา(เทียบเท่ากับ พระเจ้า ของชนอเมริกัน พื้นเมือง)
  3. ให้ความเคารพสูงสุดต่อสิ่งมีชีวิตร่วมโลก 
  4. ร่วมกันทำงาน เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติโดยรวม
  5. ให้ความช่วยเหลือและเมตตาในทุกแห่งที่มีผู้ต้องการ
  6. ทำในสิ่งที่คุณรู้ว่าถูกต้อง
  7. ดูแลจิตใจและร่างกายให้ดีเสมอ
  8. อุทิศแบ่งปันความพยายาม เพื่อสิ่งที่ดีกว่า  
  9. จงจริงใจและซื่อสัตย์ตลอดเวลา
  10. รับผิดชอบการกระทำของตัวเองทุกประการ
บัญญัติ 10 ประการของคาวบอย
  1. คาวบอยต้องไม่ยิงก่อน ไม่ชกต่อยคนที่ตัวเล็กกว่า ไม่เอาเปรียบผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรม
  2. คาวบอยต้องไม่กลับคำพูด หรือทำลายความไว้วางใจที่ผู้อื่นมอบให้
  3. คาวบอยต้องรักษาสัตย์
  4. คาวบอยต้องอ่อนโยนต่อเด็ก คนแก่ และการุณต่อสัตว์ทั่วไป
  5. คาวบอยต้องไม่สนับสนุนหรือมีความคิดในการแบ่งแยกเผ่าพันธุ์หรือศาสนา
  6. คาวบอยต้องช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อนทุกข์ยาก
  7. คาวบอยต้องเป็นคนรับจ้างหรือคนงานที่ดี
  8. คาวบอยต้องมีความสะอาดทางความคิด คำพูด การกระทำ และนิสัยส่วนตัว
  9. คาวบอยต้องให้เกียรติ์ผู้หญิง เคารพพ่อแม่ และเคารพกฎหมาย
  10. คาวบอยต้องเป็นผู้รักชาติ
โดยนัยนี้ เว็บนี้ต้องการเผยแพร่หลักธรรมนำชีวิตที่ดีตามแนวพอเพียงแบบตะวันตก ซึ่งไม่ขัดแย้งกับคำสอนของศาสนาใดๆ รวมทั้งลักษณะของคุณธรรม น้ำมิตร ความวิริยะพากเพียร ในการต่อสู้ด้วยลำแข้งของตนเอง เพื่อดำรงชีวิตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เลวร้าย ซึ่งเราก็ไม่อาจทราบได้ว่า จากปัญหา global warming และการทำลายธรรมชาติอย่างหนักขณะนี้ ในอนาคต สภาพแวดล้อมทั่วโลกอาจหวนกลับไปเป็นแบบดินแดนกันดารในยุคตะวันตกก็ได้
เว็บนี้ไม่หวังผลทางการค้า เราหวังเพียงเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามในสังคม ในแนวทางผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยกับตะวันตก
 

ลงชื่อเข้าใช้ระบบ (Login)

สมาชิกเท่านั้นที่มีสิทธิ์โพสต์ข้อความในกระดานสนทนา เขียนและวิจารณ์บทความ โปรดล็อกอิน ถ้าไม่ใช่สมาชิกลงทะเบียนเป็นสมาชิกได้เลยครับ เมื่อ Login ท่านจะได้รับ ReCAPTCHA Text Error. ให้ลงไปดูด้านล่าง จะมีหน้าต่างให้ป้อนตัวเลขหรือตัวหนังสือจากภาพ 2 ภาพ ให้ป้อนให้ครบทุกตัวตามรูป แล้วคลิกที่ "เข้าสู่ระบบ" เป็นระบบป้องกันการล๊อกเข้าระบบโดย robot ของพวก hacker ครับ

ขอบคุณที่แวะมาเยือน Cowboy Life & Songs ขอให้สนุกกับบรรยากาศตามแบบของคนมีใจคาวบอยใน western style ครับ

Who's Online

เรามี 217 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Cowboy Commics

ปืนเหนือปืน

คลิ๊กที่ภาพเพื่ออ่านได้เลยครับ

InventionOfAGunFighter-1-ss

นิยายภาพสร้างจากหนังทีวีซีรี่อเมริกันคาวบอยที่คนนิยมมากที่สุด "โบนันซ่า" ซึ่งฉายต่อเนื่องกันนานถึง 14 ปี จาก 12  ก.ย. 1959 - 16 ม.ค. 1973  นี่เป็นตอนหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่า ธาตุแท้ของลูกผู้ชายใจคาวบอยตัวจริง ควรเป็นอย่างไร

นี่คือเรื่องราวที่เป็นความฝันของคนรักคาวบอยจำนวนมาก ตัวละัครเอกคือคนในครอบ ครัวปศุสัตว์ "พอนเดอโรซ่า" ที่เป็นไร่ปศุสัตว์อันกว้างใหญ่ไพศาล มีทั้งทุ่งหญ้า ป่าไม้ ภูเขาและทะเลสาบ กินอาณาบริเวณประมาณ 1,000 ตารางไมล์ หรือประมาณ 2,900 ตารางกิโลเมตร (ประมาณเท่ากับจังหวัดเชีียงใหม่ทั้งจังหวัด) ซึ่ง เบ็น คาร์ตไรต์ คือผู้เข้ามาจับจองและบุกเบิกกับลูกชาย 3 คน อาชีพหลักของครอบครัวนี้คือ เลี้ยงวัวหลายหมื่นตัว และทำป่าไม้ในที่ดินของตนเอง พวกเขาคือคาวบอยตัวจริงในความฝันของคนที่ชอบหนังแนวคาวบอยจำนวนหลายล้านคนทั่วโลก  

 

การ์ตูนคาวบอย Have Gun Will Travel ตอน โจรจำเป็น

ดาวโหลด e-book เรื่อง โจรจำเป็น

******************

การ์ตูนคาวบอย Gene Autry
ตอน The Ghost Outlaws(โจรผี)

 

ดาวโหลด e-book เรื่อง โจรผี

******************

Gunsmoke ตอน ขนเหยี่ยว

ดาวน์โหลด e-book เรื่อง ขนเหยี่ยว

******************

Lawman ตอน The Deputy
(ผู้รักษากฎหมายตอนผู้ช่วยนายอำเภอ)

ดาวน์โหลด e-book เรื่อง Lawman ตอน The Deputy
(ผู้รักษากฎหมายตอนผู้ช่วยนายอำเภอ)

ดาวโหลดโปรแกรมอ่าน e-book ได้ที่นี่ http://comicrack.cyolito.com/