จากไปรษณีย์ม้าด่วน Pony Express มาเป็น รหัสมอร์ส

วันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2011 เวลา 10:29 น. free ตำนานคาวบอย/อินเดียนในอดีตและปัจจุบัน - เรื่องเล่า, ตำนาน คาวบอย/อินเดียนในอดีต Legends
พิมพ์
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 

pageก่อนสิ้นสุดยุคคาวบอย  ระบบส่งข่าวสารด้วยโทรเลขที่ใช้รหัสมอร์ส ได้เข้ามาแทนบุรุษไปรษณีย์ขี่ม้าส่งจดหมาย หรือ บริการม้าด่วน(Pony Express) ซึ่งใช้คนขี่ม้าฝีเท้าจัดวันละประมาณ 100 ก.ม. ผลัดกันส่งต่อถุงเมล์รวมระยะกว่า 1000 ไมล์ ทำให้บริการม้าด่วนกลายเป็นเพียงหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ บริษัทผู้ให้บริการขาดทุนกว่า 1 แสนดอลลาร์ และคาวบอยตกงานจำนวนมาก อันเป็นการปฏิวัติระบบสื่อสารครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ  เราจะมาดูความเป็นมากันสักเล็กน้อย 

คลิ๊กฟังเสียง Howdy เป็นรหัสมอร์สที่นี่ได้เลย·

 

การสื่อสารเป็นหัวใจของการทำ ธุรกิจ การเมือง และการติดต่อระหว่างคนทั่วไปมาตั้งแต่ยุคโบราณ ในยุคตะวันตก การส่งข่าวสารไม่มีอะไรทำได้ดีมากไปกว่าการเขียนจดหมาย ดังนั้น บริการรับส่งจดหมายจึงเป็นธุรกิจที่สำคัญอย่างหนึ่ง ผู้ให้บริการจะแข่งขันกันที่ความเร็วในการนำจดหมายไปส่งถึงผู้รับ   บุรุษไปรษณีย์ยุคนั้น เคยเป็นเสมือนเทวฑูตผู้นำความฝัน ความหวัง ความดีใจ เสียใจ ในรูปข้อความในจดหมายไปให้คนที่อยู่ห่างไกลกัน และการขี่ม้าเร็วส่งจดหมายก็เลยกลายเป็นที่มาของคำว่า "ม้าด่วน" ในระยะต่อมา

บริการส่งไปรษณีย์ ด้วยการใช้คนขี่ม้าพาถุงเมล์ไปส่งถึงบ้านผู้รับในดินแดนป่าเถื่อนสุดแสนไกล เป็นระยะทางหลายพันกิโลเมตรนี้  นับว่าเป็นธุรกิจยุคตะวันตกที่ตื่นเต้นผจญภัย น่าสนใจมากอย่างหนึ่ง

มีบริษัทไปรษณีย์ที่ฝันสูง และใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่เริ่มต้นช้าไปหน่อย เพื่อส่งจดหมายด่วนในยุคคาวบอยตอนปลาย เรียกว่า โพนี่ เอ๊กเพรส (Pony Express แปลว่าม้าด่วน) บริการนี้ใช้คนตัวเล็กๆ กล้าตาย ขี่ม้านำถุงเมล์ไปส่งจดหมายตามที่ต่างๆ ทั่วตะวันตก เพื่อลดน้ำหนัก บริษัทจึงไม่ยอมให้พวกเขาพกปืน แม้ต้องผ่านแดนอินเดียนแดงและสัตว์ร้ายเช่น หมีและสิงโตภูเขา  มีสถานีเปลี่ยนม้าเป็นระยะๆ ขี่กันตลอด 24 ชั่วโมง จากภาคตะวันออกไปยันสุดแดนตะวันตกของสหรัฐ เพื่อส่งจดหมายให้เร็วที่สุด
บริษัท นี้ลงโฆษณาว่า รับส่งไปรษณีย์ที่เป็นจดหมายเท่านั้น ไม่มีพัสดุ  จากมิซูรี ไปซานฟรานซิสโกใน ๘ วัน จากนั้นจดหมายที่ส่งต่อไปต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น จะส่งต่อให้ที่ซานฟรานซิสโก ข้อความในประกาศในหนังสือพิมพ์ New York Tribune เป็นดังนี้ (จาก http://www.wyomingtalesandtrails.com)

TO SAN FRANCISCO IN EIGHT DAYS
BY THE CENTRAL OVERLAND CALIFORNIA
AND
PIKE'S-PEAK
EXPRESS COMPANY


The first courier of the Pony Express will leave the Missouri River on TUESDAY, April 3, at 5 o'clock, p. m., and will run regularly weekly thereafter, carrying a Letter-Mail only.
The point of departure on the Missouri River will be in telegraphic connection with the East, and will be announced in due time.
Telegraph messages from all parts of the United States and Canada, in connection with the point of departure, will be received up to 5 o'clock p. m., of the day of leaving, and transmitted over the Placerville and St. Joseph telegraph wire to San Francisco and intermediate points, by the connecting Express, in eight days. The Letter-Mail will be delivered in San Francisco in ten days from the departure of the Express.

The Express passes through Forts Kearney, Laramie, and Bridger, Great Salt-Lake City, Camp Floyd, Carson City, the Washoe silver mines, Placerville, and Sacramento.

Letters for Oregon, Washington Territory, British Columbia, the Pacific Mexican ports, Russian Possessions, Sandwich Islands, China, Japan, and India, will be mailed in San Francisco.
Special Messengers, bearers of letters to connect with the Express of the 3d of April, will receive communications for the Courier of that day at No. 481 l0th st., Washington City, up to 2:45 p. m., on FRIDAY, March 30, and in New York at the office of J. B. Simpson, room No. 8 Continental Bank Building, Nassau St., up to 6:50 a. m., of 31st March.
Full particulars can be obtained on application at the above places and Agents of the Company.

WM. H. RUSSELL, President.Leavenworth City, Kansas, March, 1860.
Office in New York--
J. B. SIMPSON, Vice-President.
SAMUEL & ALLEN, Agents, St. Louis.
H. J. SPAULDING, Agent, ChIcago.


ใจความที่น่าสนใจมีความหมายดังนี้

สู่ซานฟรานซิสโกใน 8 วัน
ผ่านภาคกลางทางบกทางคาลิฟอร์เนีย
และ
ไพส์พีค

บริษัทเมล์ด่วน

คนนำสารคนแรกของโพนีเอ๊กเพรสจะออกจากเมืองมิสซูรีริเวอร์ในวันอังคารที่ 3 เมษายน เวลาบ่าย 5 โมง และจะมีบริการนี้ปกติสัปดาห์ละครั้งหลังจากนั้น คนนำสารจะนำส่งเฉพาะจดหมายเท่านั้น

จุดเริ่มต้นจากมิสซูรีริเวอร์จะเป็นการเชื่อมต่อกับระบบโทรเลขกับฝั่งตะวันออก ซึ่งจะประกาศให้ทราบเมื่อถึงเวลา

ข้อความจากโทรเลขจากทุกภาคของอเมริกาและแคนาดา ที่เชื่อมต่อกับจุดเริ่มต้นของคนนำสาร จะรับไว้จนถึง 5 โมงเย็นของวันที่คนนำสารจะออกเดินทาง และส่งต่อด้วยสายโทรเลขที่เมืองเพลสเซอร์วิลลีและเซนต์โจเซฟไปยังซานฟรานซิ สโกในทันที ซึ่งเป็นจุดที่ใช้เวลาการเดินทางโดยบริการไปรษณีม้าด่วนนี้เป็นเวลา 8 วัน· เมล์ที่เป็นจดหมายจะส่งต่อไปที่ซานฟรานซิสโกใน 10 วัน หลังจากคนนำสารม้าด่วนออกเดินทาง

บริการม้าด่วนจะผ่านป้อมเคียนีย์ ลารามี และบริดเจอร์ เกรตซอล์เลคซีตี้ แคมป์ฟลอยด์ คาร์สันซิตี้ เหมืองเงินวอสโฮ เพลสเซอร์วิลลี และซานคราเมนโต

จดหมายที่ส่งไปยัง ออรีกอน เขตแดนวอชิงตัน บริติสโคลัมเบีย ท่าเรือปาซิฟิกเม็กซิกัน รัสเซียนโพเซสซั่น เกาะแซนวิส· จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย จะส่งต่อที่ซานฟรานซิสโก

คนนำสารพิเศษ ที่แสดงจดมายที่จะส่งต่อกับบริการม้าด้วนตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน จะได้รับการสื่อสารสำหรับคนนำสารในวันเดียวกันที่ เลขที่ 481 10th, Washington City จนถึงเวลาบ่าย 2.45 น. ในวันศุกร์ที่ 30 มีนาคม และที่นิวยอร์คที่ออฟฟิสของคุณ· J.B. Simpson ห้องหมายเลข 8 ตึกธนาคารคอนติเนลตัล ถนนนาซัว จนถึงเวลาเช้า 6.50 น.ของวันที่ 31 มีนาคม

กรณีพิเศษอื่นๆ สามารถสมัครรับได้ที่สถานที่ดังกล่าวข้างบนนี้ื และที่ตัวแทนต่างๆ ของบริษัท

ดับบริว เอช รัสเซลล์ ประธาน เมืองลีเวนวอร์ทซิตี แคนซาส มีนาคา 1860

ออฟฟิสในนิวยอร์ค

เจ.บี. ซิมสัน รองประธาน

ซามูเอล และอัลเลน เอเย่น เซนต์หลุึยส์

เอช. เจ. สปาลดิ้ง เอเย่น ชิคาโก

 

คนขี่ม้าของ Pony Express

1

จุดเริ่มต้นของ Pony Express เริ่มที่เมืองเซนต์โจเซฟ, รัฐมิสซูรีทางฝั่งตะวันออก เพื่อไปยังซานฟรานซิสโกฝั่งตะวันตกให้ได้ภายใน 10 -12 วัน จุดเริ่มต้นเป็นจุดสุดท้ายที่ระบบส่งโทรเลขไปถึง ผ่านป่าเขาไปตลอด โดยจะมีม้าให้เปลี่ยนทุกๆ 10-15 ไมล์ เปลี่ยนคนขี่ทุกๆ 75-100 ไมล์การเดินทางหนึ่งเที่ยว จะใช้ม้า 75 ตัว การเดินทางครั้งแรกเริ่มวันที่ 3 เมษายน 1860 โดยคนขี่ชื่อ J.W. "Billy" Richardson (Johnson William Richardson) เส้นทางส่งเมล์จะผ่าน Fort  Kearney, Laramie, Bridger ผ่านไปยัง Great Salt-Lake City, Camp Floyd, Carson City, the Washoe silver mines, Placerville และ Sacramento

คน ขี่ม้าส่งเมล์เที่ยวประวัติศาสตร์ถึง Salt Lake City, Utah ในวันเที่ 9 เมษายน เวลา 6.45 น. และไปถึงซานฟรานซิสโกในวันที่ 14 เมษายน 1860  เป็นเวลา 11 วัน การส่งที่เร็วที่สุดคือการส่งคำปราศรัยของประธานาธิบดี Lincoln ใช้เวลา 7 วันกับ 17 ชั่วโมง

คนส่งที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ชื่อ Robert "Pony Bob" Haslam ส่งข่าวการเลือกตั้งลินคอล์น โดยการขี่ม้า 120 ไมล์ใน 8 ชั่วโมง 10 นาที ใช้ม้า 13 ตัว ช่วงหนึ่งระหว่างทางเขาถูกธนูของพวกอินเดียนแดงยิงทะลุขากรรไกร จนฟันหลุด 3 ซี่

ภาพวาดคนขี่ม้า Pony Express ชื่อ Robert "Pony Bob" Haslam โดย H.H. Cross รูปจาก http://www.wyomingtalesandtrails.com

2ponyexpress2

บริการนี้ขาดทุนประมาณ  $200,000 หรือประมาณ $6,000,000 ในปัจจุบัน มีอายุได้ไม่ถึง 2 ปี คือเริ่ม เมษายน 1860 พอถึง ตุลาคม 1861 ก็ต้องเลิกไป เนื่องจากมีการฝังเสาเชื่อมโยงเมืองใหญ่ๆ อย่างจริงจัง ทั้งนี้เพราะเริ่มมีการโจมตีจากพวกอินเดียนแดงมากขึ้น การใช้โทรเลขเพื่อสื่อสารทางทหารได้เร็ว จึงเป็นยุทธวิธีหนึ่งของรัฐบาลลินคอล์นในช่วงนั้น  โครงการเริ่มต้นในวันชาติอเมริกา  คือ 4th July 1861 จากเมือง Omaha ไปทางตะวันตก และจาก Sacramento คาลิฟอร์เนียมุ่งตะวันออก กลุ่มนี้ใช้เกวียน 26 คัน วัว 228 ตัว และคน 50 คน ทำกันอย่างเร่งรีบ และเมือสายเชื่อมสองฟากสมุทรตะวันตกตะวันออกได้ ไปรษณีย์ม้าด่วนก็หมดความหมายไปทันที

โทรเลขประวัติศาสตร์ข้าม ทวีปอเมริกาที่มีชื่อเสียง เผยแพร่ไว้ที่เว็บไซต์ที่อ้างถึง คือโทรเลขจากหัวหน้าผู้พิพากษาในคาลิฟอร์เนีย ไปยังประธานาธิบดีลินคอล์น ซึ่งใช้เวลา 17 ชั่วโมง เนื่องจากสัญญาณไฟฟ้ามีระยะทางจำกัด จึงต้องมีสถานีถ่ายทอดโทรเลขเป็นระยะๆ เจ้าหน้าที่ต้องรับโทรเลขจากต้นทาง แปลงเป็นตัวอักษร แล้วส่งต่อกันเป็นทอดๆ ข้อความมีดังนี้

United States Military Telegraph

Received 3.30 P M Oct 25, 1861.
From Sacramento 7.40 PM Oct 24th


To: Abraham Lincoln

In the temporary absence of the Governor of the State I am requested to send you the first message which will be transmitted over the wires of the telegraph Line which Connect the Pacific with the Atlantic States the People of California desire to Congratulate you upon the Completion of the great work.

They believe that it will be the means of stengthening the attachment which bind both the East & West to the Union & they desire in this the first message across the continent to express their loyalty to that Union & their determination to stand by the Government in this its day of trial They regard that Government with affection & will adhere to it under all fortunes

Stephen J Field
Chief Justice of
California

ภาพวาดการฝังเสาโทรเลขอย่างเร่งรีบ และภายใต้กองกำลังป้องกันอย่างหนาแน่นเพื่อป้องกันพวกอินเดียนแดงโจมตี (ภาพจาก http://www.wyomingtalesandtrails.com)

3telegrapheng

คนขี่ม้าของ Pony Express 1860-1861 ซ้าย Billy Richardson ขวา Johny Frye รูปจาก http://www.wyomingtalesandtrails.com

4billyrichardson

Frank E. Bobner, Pony Express Rider, circa 1860-1861. U.S. National Archives รูปจาก http://www.wyomingtalesandtrails.com

5frankwebber

การส่งโทรเลขต้องใช้รหัสมอร์ส ซึ่งใช้สัญญลักษณ์เป็นขีดสั้น ขีดยาว บนกระดาษ  เครื่องส่งจะเป็นแป้นเคาะ เมื่อคนส่งกดลงจะมีกระแสไหลไปยังปลายสายเพื่อสร้างสนามแม่เหล็กดูดปากกาหรือ ดินสอให้กดลงบนกระดาษ พนักงานจะดึงกระดาษผ่านปากกาด้วยความเร็วคงที่ หรือใช้มอเตอร์ไฟฟ้าหมุนช้าๆ จะทำให้เกิดขีดสั้น ขีดยาว ตามการกดปุ่มของผู้ส่งรหัสทุกประการ  จากนั้นพนักงานฝ่ายรับก็จะนำรหัสมาอ่านและถอดรหัสออกมาเป็นตัวหนังสือธรรมดา ที่คนอ่านได้ เพื่อส่งให้ผู้รับ

รหัสมอร์สถูกคิดขึ้นในปี ค.ศ. 1830 โดย ซามูเอล เอฟ. บี. มอร์ส (Samuel F. B. Morse) และ อัลเฟรต เวล (Alfred Vail) ได้คิดค้นเครื่องส่งโทรเลขโดยใช้กระแสไฟฟ้าควบคุมสนามแม่เหล็กของเครื่องรับ ปลายทาง ผ่านทางสายส่งสัญญาณโทรเลข

ภาพวาดคนขี่ Pony Express กำลังผ่านคนงานฝังเสาโทรเลขสำหรับบริษัท Creighton Telegraph จากหนังสือ Woodcut, Harpers Weekly, 1867 วาดโดย George M. Ottinger (น่าสงสารคนขี่ ที่ต้องมองสิ่งที่กำลังจะมาทำลายอาชีพของตนเองในไม่ช้า) รูปจาก http://www.wyomingtalesandtrails.com

6pexpresstele

ภาพถ่ายการฝังเสาและวางสายโทรเลขในปี 1861 รูปจาก http://www.wyomingtalesandtrails.com

7telegraphline

ก็อยากจะบอกให้ท่านทั้งหลายทราบว่า รหัสมอร์สภาษาไทยก็มีเหมือนกัน ยุคที่ใช้โทรเลขกัน มีเจ้าหน้าที่กรมไปรษณีย์คนหนึ่ง ได้ใช้หลักการของรหัสมอร์สฝรั่งมาบัญญัติรหัสมอร์สภาษาไทยขึ้น  สมัยก่อนการสื่อสารกรุงเทพฯ เชียงใหม่ที่เร็วที่สุดก็คือโทรเลข โดยใช้รหัสมอร์สนี่แหละ   สมัยผมเป็นเด็กเคยทำอย่างที่เห็นพวกอินเดียนแดงทำในหนัง  คือไปยืนเอาหูแนบเสาโทรเลข  เวลาเขาส่งโทรเลข เราจะได้ยินเสียงหึ่งๆ ตามสายโทรเลข และจะรู้สึกว่าเสาคอนกรีตมันสั่นสะเทือนไปด้วยเลย

สาย โทรเลขสมัยก่อนเป็นเส้นลวดเปลือยเส้นเดียว แปลกใจเหมือนกันว่ามันมีเสียงได้ยังไง คิดว่าคงเพราะมันเกิดแรงกับสนามแม่เหล็กโลก เพราะเวลาส่งจะมีกระแสไฟฟ้าไหลเป็นช่วงสั้นๆ เหมือนรหัสมอร์ส  เวลากระแสไหลก็จะเกิดสนามแม่เหล็กรอบเส้นลวดตามกฎสนามแม่เหล็กไฟฟ้า  มันก็เลยผลักกับสนามแม่เหล็กโลก และเนื่องจากสายโทรเลขระหว่างเสามันเป็นระยะยาวประมาณ 100 เมตร แรงนิดเดียวบนเส้นลวดก็ทำให้มันสั่นได้

ตอนนี้มีคนนำรหัสมอร์สไทย ฝรั่งไปใส่ไว้ที่ วิกี้พิเดีย ลองไปดูที่

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA

ผม capture มาให้ดูเฉพาะรหัสภาษาไทย

ถ้า อยากฟังเสียงรหัสมอร์สจริงๆ ก็เอาโปรแกรมหัดคีย์มาลองเล่นดู สำหรับโปรแกรมคีย์ฟังเสียงรหัสมอร์สสากลที่ดีและฟรีโปรแกรมหนึ่ง คือ CW Player 3.1.7  ดาวน์โหลดได้ที่

http://www.dxzone.com/cgi-bin/dir/jump2.cgi?ID=4008

โปรแกรม ที่ทำทั้งรับและส่ง ชื่อ CWCom สามารถใช้ chat  กันได้ แต่ใช้งานค่อนข้างยุ่งยาก ดาวน์โหลดได้ที่

http://www.mrx.com.au/

สำหรับผู้นำ รหัสมอร์ส มาพัฒนาเป็นภาษาไทย ซึ่งเรียกกันว่า โทรเลขนั้น คือ นายสมาน บุณยรัตพันธุ์ นาย ช่างโทรเลขไทย ซึ่งได้พัฒนาเครื่องรับส่งโทรเลขหรือที่เรียกว่า เครื่องโทรพิมพ์ภาษาไทยขึ้นในปี พ.ศ. 2496  ด้วย โดยคิดระบบกลไก หรือ Spacing Control Mechanism ต่อมาได้ประดิษฐ์เพิ่มเติมโดยให้เครื่องทำงานได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ให้ชื่อว่า เครื่องโทรพิมพ์ไทยแบบ S.P. โดยกรมไปรษณีย์โทรเลขรับรองเมื่อปี พ.ศ. 2498

ลักษณะรหัสมอร์ส เป็นดังรูปต่อไปนี้ (จาก http://th.wikipedia.org)

8Eng_MorseCode1

9EngMorse2

10ThaiMorse1

11ThaiMorse2

ตัวอย่างการเขียนข้อความด้วยรหัสมอร์ส
สวัสดี                  ...    .--   .--.-    ...    -..    ..  ฟังเสียงหรือดาวน์โหลดโดยคลิ๊กที่นี่ http://www.natureconcern.com/natureconcern/swasdeeMorse.mp3

หรือคลิ๊กฟังที่นี่ได้เลย  

Howdy           ....    ---    .-     -..     -.-- ฟังเสียงโดยคลิ๊กที่นี่ http://www.natureconcern.com/natureconcern/howdyMorse.mp3

หรือคลิ๊กฟังที่นี่ได้เลย  

SOS               ...   ---   ...  ฟังเสียงโดยคลิ๊กที่นี่ http://www.natureconcern.com/natureconcern/sosMorse.mp3

หรือคลิ๊กฟังที่นี่ได้เลย  

รหัส ที่ทุกคนควรรู้จักก็คือ  SOS  ซึ่งเป็นรหัสขอช่วยชีวิต ย่อมาจากคำว่า Save Our Soul เวลาได้ยินรหัสนี้ทางวิทยุหรือเสียงอย่างอื่นที่จำแนกได้  ควรค้นหาแหล่งที่มา เพราะอาจเป็นเสียงจากเรือ หรือเครื่องบินที่ต้องการความช่วยเหลือด่วนสุดๆ  จำง่ายครับ คือมี 3 สั้น และ 3 ยาว    ซึ่งสั้นก็คือจุด ฝรั่งเรียกดอต 'dot' หรือ ดิต'dit' หรือดิ 'di' และยาวคือ ขีด หรือฝรั่งเรียกแดช 'dash' หรือดะ  'dah'  เราจะใช้อะไรแทนก็ได้  เช่น เสียง ตุ๊ด   ตู๊ดดดด.. หรือ ติ๊ด, ตี้ดดดด... หรือแสงสว่างโดยการปิดเปิดแสงไฟเป็นช่วงสั้น-ยาว   ในหนังนักสืบ Sherlock Holmes ผมเคยเห็นเขาใช้วิธีส่งด้วยร่ม  คือมีคนยืนอยู่ไกลๆ อย่างเช่นฝั่งตรงข้ามถนน  แม่น้ำ สนามกีฬา  เขาจะกางร่ม หุบร่มเป็นจังหวะสั้นยาว  ส่งข้อความได้ ข้อสำคัญ ต้องเว้นช่วงระหว่างตัวอักษร

ข้างล่างคือรูปแป้นเคาะส่งรหัสมอร์ส

12TelegraphKey